เปิดร้าน

1/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “ไอเดียขายขนม 5 บาท” แบบเริ่มง่าย ไม่ต้องมีหน้าร้าน เราอยากแชร์แนวทางที่ลองทำแล้วเวิร์กกับสายวาฟเฟิล/ขนมคำเล็ก ๆ ค่ะ จุดสำคัญคือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ลองได้ไม่เสียดาย” แล้วค่อยกลับมาซื้อซ้ำ 1) ทำไมราคา 5 บาทถึงขายง่าย ราคา 5 บาทเป็นราคาที่คนหยิบแบบไม่ต้องคิดนาน เหมาะกับขายหน้าโรงเรียน ตลาดนัด หน้าร้านชำ หรือฝากขายตามร้านกาแฟเล็ก ๆ ถ้าเราแพ็กให้ดูสะอาด น่ารัก และมีป้ายชัด ๆ ว่า 5 บาท/ชิ้น ยอดจะมาแบบเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น 2) เมนูที่เข้ากับ “ขนม 5 บาท” ถ้าทำเป็นวาฟเฟิล แนะนำทำเป็นชิ้นพอดีคำ (มินิวาฟเฟิล) เพื่อคุมต้นทุนต่อชิ้นให้ได้จริง เมนูที่ลูกค้าชอบคือวาฟเฟิลหน้าไทยอย่าง “ทองหยอด” กับ “เม็ดขนุน” เพราะดูพรีเมียมแต่กินง่าย หรือทำแบบผสม “ลูกเกด” เพิ่มความหอมหวานก็เข้ากันดี (ลูกค้าบางคนชอบแนวตะมุตะมิ น่ารัก ๆ ก็จัดหน้าตาให้ดูคิวต์ได้) 3) ทริคคุมต้นทุนให้ยังได้กำไร - กำหนดน้ำหนัก/ปริมาณท็อปปิ้งต่อชิ้นให้เท่ากัน เช่น ทองหยอด 1 เม็ด หรือเม็ดขนุนหั่นครึ่งต่อชิ้น - ทำแป้งเป็นรอบ ๆ แล้วค่อยอบ/ปิ้งตามออเดอร์ช่วงคนเยอะ จะช่วยให้ขนมหอมและลดของเหลือ - ถ้าอยากเพิ่มกำไร ลองทำโปร “10 ชิ้น 50 บาท” หรือ “ซื้อ 20 แถม 2” ให้คนซื้อเป็นชุด 4) ขายแบบไม่มีหน้าร้าน ทำยังไงให้ลูกค้าเจอ - ฝากขายร้านของชำ/ร้านน้ำปั่น/ร้านกาแฟใกล้บ้าน (แบ่งกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์) - ตั้งจุดขายช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น หน้าโรงเรียนตอนเลิกเรียน หรือหน้าตลาดเช้า - รับพรีออเดอร์ในไลน์/เฟซบุ๊กชุมชน แล้วนัดรับเป็นรอบ ๆ จะไม่ต้องสต็อกเยอะ 5) แพ็กเกจและความน่าเชื่อถือ ขนม 5 บาทถ้าแพ็กดีจะดูเกินราคา ใช้ถุงใสหรือกล่องเล็ก ๆ ติดสติกเกอร์ชื่อร้าน/วันผลิต/ช่องทางติดต่อ และแนะนำให้ทำป้ายส่วนผสมหลักแบบง่าย ๆ (เช่น มีนม/ไข่) เพื่อความมั่นใจของลูกค้า สุดท้าย ถ้าจะเริ่มจากเมนูเดียวก่อน เราว่าวาฟเฟิลชิ้นเล็ก + หน้าไทยอย่างทองหยอด/เม็ดขนุน เป็นตัวเลือกที่คนไทยคุ้นเคยและตัดสินใจซื้อง่ายมาก ใครทำขายแล้วลองปรับรส/ความกรอบนุ่มให้เข้ากับพื้นที่ รับรองมีโอกาสสร้างรายได้เสริมได้จริงค่ะ

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Rattana Saitong
Rattana Saitong

แปลกใหม่มากคะ

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ Julaporn Meechai
Julaporn Meechai

สนใจสูตรค่ะ