รีวิว : 🎬 เด็กใหม่ The Reset – EP1 ตอน “สกาย”
ตอนแรกเปิดเรื่องด้วย “สกาย” เด็กนักเรียนที่ถูกกลุ่มอันธพาลในโรงเรียนกลั่นแกล้งอย่างหนัก จนทำให้เขาคิดวางแผนแก้แค้น แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด… แล้ว “แนนโน๊ะ” ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมยื่นมือเข้ามาเปลี่ยนเกมทั้งหมด
ฟีลของตอนนี้จะเหมือนหนังสั้นมากกว่าซีรีส์ เพราะเนื้อเรื่องจบในตอนเดียว แต่ละตอนอาจไม่ได้ต่อเนื่องกันโดยตรง (หรืออาจจะมีการเชื่อมกันในตอนหลัง) ความยาวตอนประมาณ 40 กว่านาที ทำให้เนื้อเรื่องต้องกระชับและเดินเรื่องค่อนข้างไว
โดยรวมถือว่าเปิดเรื่องมาได้โอเคเลย มีหลายฉากที่ชวนลุ้น ซาวด์ดนตรีช่วยเพิ่มความระทึกได้ดี นักแสดงเล่นดี โดยเฉพาะ “เบ็คกี้” ที่รับบทเป็นแนนโน๊ะ คาแรคเตอร์ยังคงความลึกลับและมีเสน่ห์ ทำให้ตอนแรกดูแล้ว กดติดตามตอนต่อไป
ให้คะแนน 9/10💯
🎬 มีทั้งหมด 6 ตอน (ทุกวันเสาร์ สัปดาห์ละ 1 ตอน)
📍 ดูได้ทางแอป OneD เวลา 21.30 น.
📍 ดูได้ทาง Netflix เวลา 22.00 น.
หลังจากได้ดูตอนแรกของ "เด็กใหม่ The Reset" ผมรู้สึกประทับใจกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและกระชับมาก โดยเฉพาะการถ่ายทอดฟีลแบบหนังสั้นที่ทำให้เรื่องราวไม่ยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความระทึก การที่ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีต่อหนึ่งตอน ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับการนำเสนอเรื่องราวที่ต้องลุ้นและมีจุดหักมุมอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ผมชอบมากคือการแสดงของ "เบ็คกี้" ที่รับบทแนนโน๊ะ เธอทำให้ตัวละครดูน่าค้นหา มีความลึกลับและเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ตรงนี้ช่วยดึงดูดให้คนดูอยากรู้เรื่องราวต่อไปอย่างไม่หยุดพัก นอกจากนี้การใช้ซาวด์ดนตรีประกอบยังช่วยเพิ่มบรรยากาศความตื่นเต้นได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนตัวคิดว่าแนวเรื่องการแก้แค้นของตัวละคร 'สกาย' ที่เผชิญกับการกลั่นแกล้งจากอันธพาลในโรงเรียน สะท้อนประเด็นสังคมที่น่าสนใจ และอาจเป็นประเด็นที่หลายคนเคยเจอ มีการเล่าเรื่องที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไปแต่ยังคงลึกซึ้งในอารมณ์ จึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าติดตามมากขึ้น ถ้าใครชอบแนวซีรีส์ระทึกขวัญแฝงความลึกลับ พร้อมการแก้แค้นทางสังคม "เด็กใหม่ The Reset" เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ไม่ควรพลาดและเหมาะสำหรับนั่งดูเพลินๆ แบบเต็มอิ่มในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะถ้าต้องการเนื้อเรื่องที่มีความรวดเร็วและไม่ซับซ้อนมาก การชมผมแนะนำให้ดูพร้อมกับแอป OneD หรือ Netflix ตามตารางที่กำหนด เพื่อไม่พลาดตอนใหม่ที่น่าติดตาม และอาจจะสนุกไปกับการแบ่งปันความคิดเห็นกับเพื่อนๆ หลังดูจบด้วย ซึ่งผมเองก็วางแผนที่จะติดตามซีรีส์นี้ต่อไปแน่นอนครับ


รีเบคก้าเล่นดี เข้าถึงคาแรคเตอร์ ไม่ติด แต่ติดที่บท ตัดจบไวมากและง่ายไป ยังไม่ทันอินกับตัวละคร ตัดจบพรึ่บ