หมึกต้มหวานของดีประจวบ
เวลาเสิร์ช “หมึกต้มหวานภาคใต้” หลายคนจะเจอหลายแบบมาก แต่ของที่ฉันชอบแนวประจวบฯ จะเป็นหมึกต้มหวานรสหวานนำ เค็มตาม กลิ่นหอมเครื่องพะโล้/เครื่องเทศอ่อนๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือหมดหม้อแบบไม่รู้ตัว ก่ะได้แบบในรูปเลย ทริคแรกที่สำคัญคือ “เลือกหมึก” ถ้าอยากให้นุ่ม ไม่เหนียว แนะนำใช้หมึกกล้วยหรือหมึกกระดองขนาดกลาง เนื้อจะหนึบแต่ไม่ยางเกินไป เลือกตัวที่ผิวตึง มีกลิ่นทะเลอ่อนๆ ไม่คาวฉุน ถ้าเป็นหมึกแช่แข็งให้ละลายในช่องธรรมดาจนเกือบคลายเย็น แล้วซับให้แห้งก่อนต้ม จะช่วยไม่ให้น้ำออกมาเยอะจนรสจืด เรื่องการทำความสะอาด ฉันจะดึงแกนใสๆ ออก ล้างเมือกให้หมด แล้วบั้งเป็นตารางเบาๆ (ถ้าเป็นหมึกกระดอง) เพื่อให้ “น้ำต้มหวานเข้าเนื้อ” มากขึ้น ใครชอบหนึบๆ หั่นชิ้นหน่อย แต่ถ้าชอบนุ่มให้หั่นบางลงนิดนึง ส่วน “น้ำต้มหวานภาคใต้” ที่ทำให้อร่อยคือบาลานซ์ 3 อย่าง: ความหวาน-เค็ม-หอมเครื่อง ฉันชอบใช้น้ำตาลมะพร้าวเป็นหลัก เพราะหวานนวลและหอมกว่าทราย เติมซีอิ๊วดำหวานนิดเดียวให้สีสวย แล้วเค็มด้วยซีอิ๊วขาว/เกลือปลายช้อน ปรุงกลิ่นด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย และโป๊ยกั๊ก/อบเชยอย่างละนิด (ใส่เบาๆ พอให้หอม ไม่ให้กลบรสหมึก) เคล็ดลับการต้ม: อย่าใส่หมึกตั้งแต่น้ำยังไม่เดือด เพราะหมึกจะคายน้ำและเหนียวง่าย ให้เคี่ยวน้ำปรุงรสให้เดือดและชิมให้ “หวานกว่า” ที่อยากกินนิดนึงก่อน (เพราะเดี๋ยวหมึกจะทำให้รสอ่อนลง) จากนั้นค่อยใส่หมึกแล้วจับเวลา ต้มไฟกลางจนหมึกสุกพอดี—โดยทั่วไปชิ้นไม่ใหญ่มากใช้เวลาประมาณไม่กี่นาที แล้วรีบปิดไฟ/ยกลง พักให้หมึกแช่อยู่ในน้ำต้มหวานต่ออีกสักพัก จะเข้าเนื้อแบบไม่เหนียว ถ้าทำแล้วรสยังไม่กลม ให้แก้ด้วย “เพิ่มเค็มทีละนิด” ก่อนเพิ่มหวาน และถ้าน้ำเข้มไปเติมน้ำร้อนเล็กน้อยแทนการเติมน้ำเย็นจะไม่ช็อกรสชาติ วิธีกินที่ฉันว่าฟินสุด: ราดน้ำต้มหวานฉ่ำๆ บนข้าวสวยร้อนๆ กินกับแตงกวาหรือพริกน้ำส้มตัดเลี่ยน หรือจะทำเป็นกับแกล้มก็เข้ากันมาก เก็บในตู้เย็นได้ 2–3 วัน เวลาอุ่นให้เติมน้ำเล็กน้อยแล้วอุ่นไฟอ่อน จะได้หมึกนุ่มเหมือนเดิม


ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม