เครื่องสำอางจาก Hince 💄
ช่วงนี้อิน Hince มาก เลยอยากมาเล่าแบบละเอียดขึ้นสำหรับคนที่กำลังหา “Hince Raw Glow Gel Tint สี 11 Chai” หรือกำลังลังเลโทน “Raw Coco” ว่าเลือกยังไงให้เข้ากับผิวและลุคที่อยากได้ค่ะ 1) Hince Raw Glow Gel Tint สี 11 Chai เหมาะกับใคร? สี 11 Chai เป็นโทนอุ่นๆ คล้ายชานมใส่น้ำตาลนิดๆ ทาแล้วให้ฟีลปากสุขภาพดี ไม่ส้มโดดและไม่ชมพูเกิน เหมาะมากกับวันแต่งหน้าสบายๆ หรือวันที่อยากได้ลุคสุภาพไปทำงาน/เรียน ถ้าผิวโทนอุ่นหรือผิวสองสีจะยิ่งเข้ากัน ส่วนคนผิวขาวโทนเย็นก็ทาได้ แต่แนะนำเติมขอบปากด้วยลิปไลน์เนอร์โทนชมพูน้ำตาลนิดนึง จะบาลานซ์ให้ไม่ดูเหลืองไป 2) เนื้อและฟินิช: ฉ่ำวาวแบบเจล แต่ยังดูเป็น “ทินท์” สิ่งที่ชอบคือเนื้อลื่น เกลี่ยง่าย ให้ความฉ่ำวาวกำลังดี (ไม่เยิ้ม) ทาแล้วปากดูอิ่มทันที และพอทิ้งไว้สักพักจะทิ้งสเตนสีอ่อนๆ ทำให้ปากไม่โล้น ถึงจะกินข้าวก็ยังมีสีติดอยู่บ้าง 3) ทริคทาให้สวยและติดทนขึ้น - ถ้าปากแห้ง: ลงลิปบาล์มบางๆ ก่อน รอซึมแล้วค่อยทา จะไม่ตกร่อง - ทาแบบไล่สี (ombre): แตะสี 11 Chai ด้านในปาก แล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยออกมาขอบปาก จะได้ลุคละมุน - อยากให้ติดทน: ทา 1 รอบ ซับทิชชูเบาๆ แล้วทาซ้ำอีกรอบ จะเกาะปากมากขึ้นโดยที่ยังฉ่ำอยู่ 4) แล้ว “Raw Coco” คือโทนแบบไหน? หลายคนเสิร์ชหา Raw Coco เพราะอยากได้สีน้ำตาลโกโก้แบบผู้ดี โดยส่วนตัวแนะนำให้คิดตามนี้: ถ้าคุณชอบโทนน้ำตาลชัดขึ้น/ลุคสายฝอ/แต่งหน้าตาคมๆ Raw Coco จะตอบโจทย์กว่า 11 Chai แต่ถ้าชอบลุคหวานละมุน ใช้ได้ทุกวัน 11 Chai จะหยิบง่ายกว่า 5) จับคู่กับไอเท็ม Hince อื่นๆ ให้ครบลุค ถ้ามี Raw Glow Dewy Ball โทนชมพูอย่าง #3 Bunny Pink หรือ #4 Fever Dew แตะที่แก้มเบาๆ จะได้แก้มใสเข้ากับความฉ่ำของปากมาก หรือถ้าอยากได้ตาหวานๆ ใช้ Single Eye Shadow #6 Pomel Rose ทาเดี่ยวๆ ก็จบ ละมุนแบบเกาหลีสุดๆ สรุปคือ ถ้ากำลังตัดสินใจระหว่าง Hince Raw Glow Gel Tint 11 Chai กับโทน Raw Coco ให้เลือกจาก “ความเข้ม” ที่อยากได้เลยค่ะ—Chai จะ everyday มาก ส่วน Raw Coco จะให้ลุคคม เท่ และน้ำตาลชัดขึ้น





