วาดรูปเล่าเรื่อง ‘ทำไมชื่อเจ้าป๊อปคอร์น’🍿
เสียงกระซิบของแมวจรที่ชื่อป๊อปคอร์น🍿🐱🐾
ถ้าใครกำลังงงกับคำว่า “ครูฝนคลั่งรัก” เหมือนเรา ตอนแรกเราเห็นผ่าน ๆ ในคอมเมนต์กับฟีดบ่อยมาก จนเริ่มสงสัยว่าเขาพูดถึงอะไร เป็นชื่อคนจริง ๆ ไหม หรือเป็นแค่มีมกันแน่ สรุปในมุมเรา “ครูฝนคลั่งรัก” คือคำที่คนใช้แซว/เรียกคาแรกเตอร์แนว ๆ ครูหรือคนที่ดูอบอุ่น ใจดี แต่ดันมีโหมดคลั่งรักหนักมาก (เชียร์ความรัก ชมเก่ง หยอดเก่ง หรืออินกับความสัมพันธ์แบบสุด ๆ) มันเลยกลายเป็นคำติดปาก เอาไว้บรรยายฟีลหวาน ๆ แบบขำ ๆ ได้ดี พอจับความหมายได้แล้ว เราเลยอยากเล่าเรื่องให้มัน “เห็นภาพ” มากกว่าคำอธิบายเฉย ๆ เลยทำเป็นแนววาดรูปเล่าเรื่องแบบการ์ตูนสั้น ๆ—ให้ความรู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหูว่า “เออ ใช่เลย ฟีลนี้แหละ” คล้าย ๆ ตอนเราเจอเจ้าป๊อปคอร์น แมวจรที่เข้ามาในชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว หลายคนถามว่า แล้วทำไมต้องชื่อ “ป๊อปคอร์น” ด้วย? ของเรามันเริ่มจากช่วงชีวิตที่เราชอบหายไปอยู่ในโรงหนังคนเดียวบ่อย ๆ แบบไปพักใจเงียบ ๆ มากกว่าการไปดูหนังจริงจังด้วยซ้ำ ที่นั่นมันมีบรรยากาศเฉพาะมาก—มืดนิด ๆ เงียบหน่อย ๆ แล้วก็มีเสียงกรุบ ๆ ของป๊อปคอร์นเป็นแบ็กกราวด์ พอวันหนึ่งเจอแมวจรตัวหนึ่ง มันมักจะมาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ แล้วทำเหมือนกระซิบอะไรบางอย่างกับเรา (ในหัวเรานะ) เลยรู้สึกว่าอยากเอา “เสียงนั้น” มากระซิบต่อให้ทุกคนฟังผ่านงานวาด ชื่อป๊อปคอร์นเลยเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง และได้เริ่มต้นเล่าเรื่องจากความรู้สึกเล็ก ๆ พอรวมกับกระแสคำว่า “ครูฝนคลั่งรัก” ที่คนชอบใช้กัน มันก็เข้ากันแบบแปลก ๆ เพราะทั้งสองอย่างมันคือความรู้สึกที่พูดตรง ๆ อาจจะเขิน แต่เล่าเป็นรูป/เป็นเรื่องกลับสนุกกว่า ถ้าใครอยากเอาคำว่า “ครูฝนคลั่งรัก” ไปใช้ให้ไม่เขิน ลองใช้ในบริบทประมาณนี้ได้เลย: แซวเพื่อนที่ชอบเชียร์คู่รัก, แซวตัวเองเวลาอินกับโมเมนต์หวาน ๆ หรือใช้เป็นแคปชั่นแนวเล่าเรื่องน่ารัก ๆ แล้วปิดท้ายด้วยงานวาดหรือเรื่องสั้น เหมือนเราเล่าที่มาของ “Why ‘Popcorn’?”—ให้มันเป็นเรื่องที่คนอ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ในใจตัวเอง