Automatically translated.View original post

Do you have personal color makeup?💭🧐

Do your friends think personal color makeup alone is necessary? ⁉️

Personally, Mew feels that if you know it, it's good to know your own tones 😍. But if you ask if you finally have to wear makeup only according to your own tone? Mew thinks that maybe not. Because really, makeup is like art. We should be able to add the tones that we want to do without boundaries 💄. It makes you think that really, to enjoy makeup is colorful, not just this tone.

Mew thinks that we really want to do something or whatever color we are with, do it. It's not wrong. Try many different ways, maybe make us enjoy makeup more 👍🏻. Want everyone not to be that serious with Personal Color because I think that in the end, we don't want to remember forever.

What about your friends? Do you think it's really just that color? 🤔 Let's talk. 💘# Talk beauty together # PersonalColor # Invite to talk # Trending # lemons 8 boxhadenege

2025/9/6 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชคำว่า “แต่งหน้าตาม Personal Color” แล้วลังเลว่าจำเป็นแค่ไหน เราว่าคำตอบคือ “รู้ไว้ดี แต่ไม่ต้องยึดเป็นกฎ” ค่ะ ส่วนตัวเราเคยอินมากช่วงแรกๆ พอรู้ว่าเป็นโทนอุ่น/โทนเย็นก็พยายามแต่งตามทุกอย่าง สุดท้ายได้ข้อดีคือเลือกของง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือเริ่มรู้สึกว่าการแต่งหน้ามันเครียดเกินไป สิ่งที่เราแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มแบบไม่พลาด คือใช้ Personal Color เป็น “เข็มทิศ” ไม่ใช่ “กรอบ” โดยเริ่มจาก 3 จุดนี้ก่อน 1) ดูอันเดอร์โทนแบบง่ายๆ: ลองเทียบเครื่องประดับทองกับเงิน หรือดูเส้นเลือดที่ข้อมือคร่าวๆ แล้วจดไว้ว่าเรามักเข้ากับโทนอุ่นหรือโทนเย็น (ไม่ต้องฟันธง 100%) 2) เลือก “สีที่ทำให้หน้าดูสด” 2-3 สี: เช่น บลัชโทนชมพูอมแดง/พีช/กุหลาบ ฝึกสังเกตว่าทาแล้วหน้าหมองไหม ฟันดูเหลืองขึ้นไหม หรือผิวดูใสขึ้น 3) โฟกัสงานผิวก่อนสี: ต่อให้เลือกสีถูก แต่ถ้างานผิวแห้ง ลอก หรือหนาเกิน หน้าก็ไม่รอดอยู่ดี งานผิวเนียนๆ ช่วยให้แต่งได้หลายโทนขึ้นมาก แล้วถ้าวันไหนอยากแต่ง “นอก Personal Color” ทำยังไงให้ยังรอด? อันนี้เป็นทริคที่เราใช้บ่อยมาก - ปรับความเข้ม/ความสว่างแทนการเปลี่ยนสีทั้งหน้า: อยากแต่งโทนชมพูอมแดงแต่กลัวไม่เข้ากับเรา ลองเลือกเฉดที่ซอฟต์ลง หรือเพิ่มความโปร่ง (sheer) จะเข้ากับหน้ามากขึ้น - ใช้สีที่อยากแต่งเป็น “จุดเด่นแค่จุดเดียว”: เช่น อยากทาลิปแดง ก็ลดสีตาและบลัชให้เบา หรือถ้าอยากแต่งตาเข้ม ให้เลือกลิปนู้ดที่กลืนกับสีปาก - ใช้การเบลนด์ให้ละมุน: หลายครั้งที่สีไม่เข้ากับเราเพราะขอบชัดเกิน ลองใช้แปรงฟุ้งๆ เบลนด์ขอบบลัช/อายแชโดว์ให้ละมุน จะดูเข้ากับผิวขึ้น - พึ่ง “สีแก้เกม” ที่เซฟเสมอ: เรามักมีบลัชนู้ดอมชมพู/พีช และลิปโทนกุหลาบติดไว้ เวลาลองสีใหม่แล้วรู้สึกแปลก แค่ทับบางๆ ก็ช่วยบาลานซ์ได้ สรุปคือ การแต่งหน้าตาม Personal Color ช่วยให้เลือกสีง่ายและลดโอกาสหน้าหมอง แต่ไม่จำเป็นต้องแต่งตามโทนตัวเองเท่านั้น เพราะการแต่งหน้ามันคือการทดลองและสนุกกับสีสันจริงๆ ค่ะ วันไหนอยากโทนชมพูอมแดง หรืออยากเปลี่ยนลุค ก็ทำได้ แค่รู้วิธีบาลานซ์เล็กๆ ก็รอดแบบสวยมั่นใจ