お金はもっとあるけど、なぜまだ「足りない」と感じるのですか?
と思ったかもしれません
もし収入が増えたり、お金が増えたり、成功が増えたら、私たちは安定感を感じるでしょう。
しかし、一部の人々は望んでいた地点に到達しました。
代わりに、中の声が言った、
十分ではありません。
十分ではありません。
もっと努力が必要です。
それはお金が重要でないということではありません。
お金は私たちの安全、選択、生活の質にとっても不可欠です。
しかし、お金は口座の数字だけでなく、ある程度の感覚を維持することができないかもしれません。
したがって、この投稿は私たちに資金調達をやめるように招待するものではありませ ん。
しかし、私たちがより良い人生を築いている間、私たちは自分自身にどのようなトーンで話しているかを思い出させましょう。
私たちは成長できるからです。
恐怖や「十分に良くない」という感覚を常に駆り立てる必要はありません。
一部の資料は本書の第1章から編纂されています。
マグネット-追いかけているのではなく、呼んでいるのです。
マインド・ワサナ
自分で答えてみてください
あなたが自分の価値を証明するためにお金を使う必要がない場合、どのような関係を望みますか?
เมื่อพูดถึงเรื่องความรู้สึกด้านการเงิน หลายคนมักมีประสบการณ์คล้ายกัน คือแม้มีเงินมากขึ้น รายได้สูงขึ้น หรือเก็บเงินได้มากขึ้น แต่กลับยังรู้สึกว่า "ไม่พอ" "ยังไม่ดีพอ" หรือต้องพยายามอีกมากกว่านี้ นี่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและไม่ใช่แค่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าความรู้สึกเหล่านี้ส่วนใหญ่คือความรู้สึกจากภายในจิตใจและจิตวิทยาการเงินที่ซับซ้อน หลายครั้งที่เราใช้เงินเป็นตัวชี้วัดคุณค่าหรือความสำเร็จของตัวเอง จนทำให้เกิดความกดดันและความกลัวว่า "ยังไม่ถึงเป้าหมาย" หรือ "ยังไม่มีความปลอดภัยพอ" ซึ่งทำให้ไม่สามารถหยุดนิ่งและรู้สึกพอใจได้จริงๆ การมีเงินมากขึ้นช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตในด้านของความปลอดภัยและทางเลือก แต่ไม่ใช่กระจกสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของเรา เพราะบางครั้งสิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือความมั่นคงภายในจิตใจ ความเชื่อมั่นในตัวเอง และการยอมรับตัวเองในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การสะสมทรัพย์สินหรือยอดเงินในบัญชี ผมได้ลองตั้งคำถามตัวเองว่า "ถ้าไม่ต้องใช้เงินเพื่อพิสูจน์คุณค่า ตัวฉันอยากมีความสัมพันธ์กับเงินแบบไหน?" คำถามนี้ช่วยให้ผมกลับมาสังเกตเสียงข้างในและน้ำเสียงที่ใช้พูดกับตัวเองระหว่างทาง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองและความรู้สึกเกี่ยวกับเงิน แทนที่จะวิ่งหนีความกลัวและรู้สึก "ยังไม่พอ" เราสามารถเลือกที่จะเติบโตโดยยอมรับตัวเองในปัจจุบัน และใช้เงินเป็นเครื่องมือช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตแทนที่จะเป็นตัวตัดสินคุณค่า นอกจากนี้ การเรียนรู้เรื่องจิตวิทยาการเงินช่วยให้เข้าใจว่าเงินเหมือนกระจกที่สะท้อนภาพลักษณ์และความรู้สึกของเราในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิธีพูดคุยกับตัวเองเกี่ยวกับเงิน มีผลโดยตรงต่อความสุขและความพอใจในการใช้ชีวิต ในที่สุด การตั้งใจสังเกตและเปลี่ยนน้ำเสียงที่ใช้พูดกับตัวเองนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องติดอยู่กับความรู้สึก "ไม่พอ" และสามารถสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน ทั้งในแง่การเงิน และจิตใจ







