Automatically translated.View original post

🎨 Is it difficult to take a basic Drawing course? What have you done?

Drawing is the basis of every art and design! Whether it's painting, fashion, architecture, or art 🖌️✨

🌟, what is the basic Drawing class?

• No need to have a background! Most basic courses are taught from scratch.

• It's like building an artist's muscles and way of thinking.

• The focus is on training (blessing) rather than talent; the more training, the better!

✍️, what course will you learn?

1.Line drawing and structure: Practice line control, straight line drawing, circles, and looking at the geometric structure of objects.

2.Dimensions and Proportions: Learn how to measure proportions and create depth dimensions (Perspectives) to make the image look realistic.

3.Light and Shadow (Shading): Understand different light sources, weights (weight values), so that the object looks volume and feel.

4. Still Life: Practice drawing objects such as geometric shapes, solid surface materials, fabrics, or tumblers.

5. Continue to other drawing: It is the cornerstone for drawing people (Portrait / Figure), scenery (Landscape), and all kinds of design.

🔥 Conclusion: Basic Drawing may not be easy, but it is definitely not too difficult! Just have to practice and observe a lot of things around you.

# Learn to draw # Share Trick # Basic drawing teaching # Practice painting # Invite to talk

2025/11/20 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเสิร์ช “เรียนวาดรูปพื้นฐาน” แล้วลังเลว่าต้องเก่งมาก่อนไหม เราอยากย้ำจากประสบการณ์ตรงเลยว่า “เริ่มจากศูนย์ได้” จริง ๆ ค่ะ ในห้องเรียนจะมีทั้งคนที่ไม่เคยจับดินสอวาดจริงจัง และคนที่เคยวาดเล่นมาก่อน ปรับจูนกันได้หมด เพราะพื้นฐานคือการทำให้มือและตาเริ่มทำงานเป็นระบบ สิ่งที่ช่วยมากที่สุดสำหรับเราคือ “วิธีซ้อมนอกห้อง” ให้ต่อเนื่อง ไม่งั้นเรียนในคลาสสนุก แต่พอกลับบ้านจะรู้สึกว่ามือแข็งเหมือนเดิม เราเลยลองทำรูทีนสั้น ๆ วันละ 15–30 นาที แล้วพัฒนาขึ้นไวมาก 1) วอร์มอัปเส้น 5 นาที เริ่มจากลากเส้นตรงยาว ๆ (ไม่ต้องกดแรง) ต่อด้วยเส้นโค้ง วงรี วงกลม ให้เส้นนิ่งและคุมแรงมือได้ พยายามใช้ไหล่ช่วย ไม่ใช่ข้อมืออย่างเดียว ช่วงแรกเส้นสั่นเป็นเรื่องปกติค่ะ 2) ฝึกมอง “รูปทรง” ก่อนรายละเอียด เวลาเห็นผลไม้ แก้วน้ำ หรือของบนโต๊ะ อย่าเพิ่งรีบวาดลาย/พื้นผิว ให้แตกเป็นทรงง่าย ๆ ก่อน เช่น ทรงกลม ทรงกระบอก ทรงสี่เหลี่ยม แล้วค่อยเติมรายละเอียดทีหลัง วิธีนี้ทำให้สัดส่วนไม่พังง่าย เหมาะมากกับการฝึกหุ่นนิ่ง (still life) 3) สัดส่วน: ใช้ดินสอเป็นไม้บรรทัด ทริคที่ครูสอนและใช้ได้จริงคือ ยื่นแขนถือดินสอ วัดความกว้าง-สูงเทียบกัน (เช่น กว้าง = 1 ส่วน สูง = 1.5 ส่วน) แล้วค่อยถ่ายลงกระดาษ ช่วยให้วาดผลไม้/แก้ว/ใบหน้าไม่ยืดไม่หดเกินไป 4) เพอร์สเปคทีฟ (Perspective) เริ่มจาก 1 จุดหาย หลายคนกลัวมิติ แต่เริ่มจากห้องสี่เหลี่ยมง่าย ๆ ก่อน เช่น กล่อง กระดาษทิชชู่ โต๊ะ แล้วค่อยไป 2 จุดหาย พอเข้าใจแล้ววาดห้องเรียนหรือมุมโต๊ะจะดูมีความลึกขึ้นทันที 5) แสงเงา: ทำสเกลค่าน้ำหนัก 5 ช่อง เราแนะนำให้ทำ “แถบไล่น้ำหนัก” ตั้งแต่ขาวสุดไปดำสุด 5 ระดับก่อน แล้วค่อยเอาไปใช้ลงเงาทรงกลม/ทรงกระบอก จะเข้าใจว่าเงาเข้มสุดอยู่ตรงไหน ไฮไลต์อยู่ตรงไหน งานดินสอจะดูมีปริมาตรขึ้นมาก 6) อุปกรณ์ที่ใช้แบบไม่ต้องแพง ดินสอ HB + 2B ก็พอเริ่มได้แล้ว เพิ่มยางลบก้อนธรรมดากับกระดาษที่ไม่ลื่นเกิน (ประมาณ 100–160 แกรม) ถ้ามียางลบนวดจะช่วยเก็บไฮไลต์ได้สวย แต่ไม่มีก็เรียนได้เหมือนกัน สุดท้าย ถ้าถามว่า “เรียนวาดรูปพื้นฐานยากไหม” สำหรับเรามันยากตรงต้องฝึกสม่ำเสมอ มากกว่ายากเพราะต้องมีพรสวรรค์ค่ะ พอทำการบ้านเล็ก ๆ ทุกวัน เราเริ่มเห็นพัฒนาการชัด ทั้งงานวาดผลไม้ หุ่นนิ่ง ไปจนถึงการต่อยอดวาดคน/ใบหน้า และค่อย ๆ กล้าหยิบสีน้ำมาฝึกเพิ่มเองหลังเรียนด้วย