Automatically translated.View original post

Someone who shouldn't be called "name."

Ancient that

If you hear someone call your name at night alone...

Don't accept

I never believed

Until one night... I forgot.

It rained lightly that night. The house was too quiet as usual.

The sound of the clock walking loudly was deliberate.

I'm going to sleep.

I heard a woman calling my name.

That sound... like me

But more sad. More tired.

And know me too well.

"Not enough, right?... I found it."

I forgot the ancient words.

And said,

"Who?"

As soon as the last sound came out of the mouth,

The silence was gone.

The air in the room is heavier.

Like someone sitting at the end of the bed

Not breathing.

Not moving.

But I know I can't see him.

The bedside mirror reflects people.

That shadow... not me.

But it looks like me, everything.

Except for the eyes.

It's full of feelings I've been trying to hide all my life.

"We are you... on the day no one listens."

Since then,

I never heard a name call again.

But every night,

Before sleeping

I'll feel like someone's counting my breath.

And some morning.

I woke up.

With the feeling that...

There's something in me. It's not mine anymore.

# Recap 2025

2025/12/28 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวของหลายคน การได้ยินเสียงเรียกชื่อในความเงียบของกลางคืนไม่ใช่เรื่องแปลกนักในความเชื่อของคนโบราณ หลายคนมองว่าเป็นเสียงของวิญญาณหรือสิ่งลี้ลับที่พยายามสื่อสารกับเรา เรื่องเล่าที่ผู้เขียนได้บอกเล่าถึงเสียงผู้หญิงที่เรียกชื่อท่ามกลางความเงียบและความรู้สึกที่ไม่ธรรมดานี้ ทำให้เราต้องหันมาคิดถึงความเชื่อและจิตใจของตัวเองในยามที่เราเผชิญกับความเหงาหรือความเครียด ในเชิงจิตวิทยา เสียงที่เราได้ยินในกลางคืน บางครั้งอาจเป็นผลจากจิตใต้สำนึกที่สะสมความเครียดหรือความรู้สึกที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย โดยเฉพาะเมื่อเราเงียบและไม่มีสิ่งเร้ามากนัก สมองจะเรียงร้อยความทรงจำและความรู้สึกออกมาเป็นเสียงหรือภาพฝันที่ดูมีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับเงาที่สะท้อนในกระจกที่มีลักษณะหน้าตาคล้ายกับตัวเราแต่แฝงด้วยความรู้สึกเศร้าหรือเหนื่อยล้า ประสบการณ์นี้ยังช่วยสะท้อนถึงสภาวะของกายและใจในขณะนั้น ซึ่งบางครั้งการได้ยินเสียงที่เรียกชื่อและความรู้สึกเหมือนมีใครนั่งอยู่ใกล้ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราหันกลับมาดูแลใจและความรู้สึกภายในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การพูดคุยกับใครสักคน หรือการให้เวลากับตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ ความเชื่อเรื่องคำโบราณที่บอกว่าไม่ควรตอบรับเมื่อได้ยินชื่อเรียกในช่วงกลางคืนเองก็เป็นการเตือนในเชิงป้องกันและปลอดภัย ทั้งในแง่จิตใจและความรู้สึกที่เป็นไปได้ว่าการโต้ตอบกับสิ่งที่ไม่รู้จักอาจนำมาซึ่งความรู้สึกอึดอัดหรือความกลัว ที่ผ่านมา ผมเองก็เคยมีประสบการณ์คล้ายกันในคืนที่เงียบสงัด การได้เผชิญหน้ากับเสียงที่เหมือนตัวเองเรียกชื่อ เป็นความรู้สึกที่ทั้งน่าตกใจและทำให้เราต้องตั้งคำถามกับความจริงของตัวเอง และจากประสบการณ์นี้ ผมเรียนรู้ว่าการใส่ใจและเข้าใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการกลัวสิ่งที่ไม่เข้าใจ สุดท้ายนี้ การเล่าเรื่องแบบนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดใจให้ผู้อ่านได้คิดและสะท้อนถึงความรู้สึกและความเชื่อที่แต่ละคนมีต่อสิ่งที่มองไม่เห็นและสิ่งที่อยู่ในใจเราเองด้วย