Automatically translated.View original post

Keep delicious golden flower water mangoes.

4/4 Edited to

... Read moreหลายคนถามเหมือนกันว่า “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเก็บตอนไหน” เพราะถ้าเก็บอ่อนไปจะจืด เนื้อแข็ง หรือสุกแล้วไม่หอม แต่ถ้าเก็บแก่จัดเกินไปก็เสี่ยงช้ำ แตก หรือสุกคาต้นได้ จากประสบการณ์เก็บกินเองที่บ้าน เราใช้วิธีดู “ความแก่ของผล” มากกว่าดูแค่สีอย่างเดียวค่ะ 1) สังเกตทรงผลและไหล่ผล ช่วงที่พร้อมเก็บ ทรงผลจะดูอวบเต็ม ไหล่ใกล้ขั้วจะยกนูนขึ้น (ไม่ลีบ) ผิวตึงขึ้น จับแล้วแน่นมือ แต่ไม่แข็งโป๊กแบบผลอ่อน 2) ดูสีผิว แต่ไม่ยึดเป็นข้อเดียว มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางต้นเริ่มเหลืองเร็ว บางต้นยังเขียวอมเหลืองตอนแก่จัด ให้ดูว่า “เขียวเข้ม” เริ่มเปลี่ยนเป็น “เขียวอ่อน/เขียวอมเหลือง” และมีโทนเหลืองขึ้นบริเวณก้นผลบ้าง ถือว่าเข้าใกล้ช่วงเก็บได้ 3) เช็กผิวและจุดน้ำยาง ผลที่แก่จัด ผิวจะดูเนียนขึ้น จุดกระดำกระด่างน้อยลง และพอตัดขั้วจะมีน้ำยางออกแต่ไม่พุ่งเยอะเกิน (ผลอ่อนมักยางจัด) ถ้ายางข้นมากและไหลไม่หยุด อาจยังอ่อนไปค่ะ 4) เวลาเก็บที่เราว่าเวิร์ก เก็บช่วงเช้าตรู่หรือเย็นแดดอ่อน จะช่วยลดความช้ำและความร้อนในผล ใช้กรรไกรตัดพร้อม “ก้านติดผล” สัก 1–2 ซม. แล้วคว่ำก้านลงให้ยางไหลออกก่อนค่อยนำมาพัก จะลดรอยดำจากน้ำยางได้ดี 5) เทคนิคพักให้สุกหวานหอม หลังเก็บให้วางในที่ร่ม อากาศถ่ายเท ไม่กองทับกัน ถ้าอยากให้สุกเร็วขึ้น วางรวมกับกล้วยสุก 1–2 ลูกในลัง/กล่อง (ไม่ปิดแน่น) กลิ่นหอมจะมาไวขึ้น พอสุกแล้วค่อยย้ายเข้าตู้เย็นจะช่วยชะลอความงอม 6) สัญญาณว่า “สุกกินได้” ผิวเริ่มเหลืองทองชัด กลิ่นหอมตรงขั้ว กดเบาๆ แล้วยุบเล็กน้อย เนื้อจะนุ่มขึ้นแต่ไม่เละ ช่วงนี้กินอร่อยมากค่ะ ถ้าใครกำลังลังเลว่าจะเก็บตอนไหน ลองเริ่มจากเก็บ 1–2 ผลที่ดูแก่สุดมาทดลองพักสุกก่อน แล้วค่อยปรับรอบเก็บให้ตรงกับต้นของเรา จะช่วยให้ได้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่หวานหอมพอดีทุกครั้งค่ะ