Automatically translated.View original post

Practice the exact accent! Words ending in ed 🧐

😵 familiar words. Not familiar with the sound.

When I find these words, I believe many people stumble!

Called. Didn't read that call-slip. ❌

Invited. Didn't read In-White-Limited. ❌

Worked. Didn't read that work-Ked. ❌

🔊 really. What exactly should I say?

Here comes the conclusion. Let's go see ~

Plus the last test.

Save it. Try practicing. ✨

Please follow as encouragement. 🫶

Very good, very ridiculous, too. 🤣

# This term is fine # Quiz # English # Learn English # lemon 8 boxchallenge

2025/9/8 Edited to

... Read moreการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย ed นับเป็นสิ่งท้าทายสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคน เพราะคำเหล่านี้ไม่ได้ออกเสียงเหมือนที่เขียนไว้เสมอไป แต่จริงๆ แล้วมีหลักการออกเสียงที่ชัดเจน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ คือ 1. ออกเสียงเป็น /ɪd/ (อิด) เมื่อคำกริยาลงท้ายด้วยเสียง /t/ หรือ /d/ เช่น words ended (เอน-ดิด) หรือ waited (เวท-ถิด) ซึ่งเสียง /ɪd/ จะชัดเจนเนื่องจากต้องการเพิ่มพยางค์ใหม่ให้คำ 2. ออกเสียงเป็น /d/ (ด) เมื่อคำกริยาลงท้ายด้วยเสียงที่มีการสั่นของเส้นเสียง (voiced sounds) เช่น /b/, /g/, /v/, /z/, /l/, /m/ ตัวอย่างเช่น loved (เลิฟด) หรือ enjoyed (เอนจอยด) เสียงดจะออกนุ่มและไม่แรงมาก 3. ออกเสียงเป็น /t/ (ถ) เมื่อคำกริยาลงท้ายด้วยเสียงที่ไม่มีการสั่นของเส้นเสียง (unvoiced sounds) เช่น /p/, /k/, /f/, /s/, /ʃ/, /tʃ/ เช่น asked (แอสถ์), watched (วอชถ์), wished (วิชถ์) โดยเสียง /t/ จะออกเบาๆ และไม่เป็นพยางค์ใหม่ การทำความเข้าใจหลักการเหล่านี้ช่วยให้คุณลดความสับสนและฝึกออกเสียงได้ถูกต้องมากขึ้น นอกจากนั้น การฝึกฟังและพูดตามคำตัวอย่างหลายๆ ครั้งจะช่วยให้จำคำและสำเนียงได้ดีขึ้น สุดท้ายลองทดสอบความรู้ด้วยประโยคที่ยกตัวอย่างในแบบทดสอบของบทความ เช่น "We looked for the keys" หรือ "The movie started late" โดยฝึกออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย ed ตามหลักที่เรียนรู้ เพื่อสร้างความมั่นใจและพัฒนาทักษะการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าลืมเก็บบทความนี้ไว้ฝึกเป็นประจำ รับรองว่าการออกเสียงคำลงท้าย ed ของคุณจะเป๊ะขึ้นอย่างแน่นอน!