จากคนสร้างงาน สู้คนสร้างทีม ทำยังไงบ้าง?

ในเมื่อ skill leadership สำคัญสำหรับทุกคน

และสามารถฝึกกันได้ ไม่ใช่แค่คนที่เป็นหัวหน้าเท่านั้น

เราเป็นเป็นผู้นำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าได้นะ

.

สรุปจาก session “Leaders Are Made” จากคุณบอย-วรายุทธ เลิศกัลยาณวัตร Software Engineering Manager, Canva ที่ไลฟ์มาจากออสเตรเลียเลย เอ้ออเขามีเพจด้วย ชื่อว่า Little Moments กับ มาเรียนธอน Festival ของ Skooldio เมื่อวานนี้

.

การเป็นผู้นำเราสามารถฝึกได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งตั้งแต่เกิด

มีงานวิจัยที่ชื่อว่า “The determinants of leadership role occupancy: Genetic and personality factors” ว่าคนเป็นผู้นำได้เพราะเกิดจากยีนส์ หรือการพัฒนาตัวเอง ทดสอบจากฝาแฝด ทั้งแฝดแท้ แฝดเทียม

มีเพียง 30% ที่เกิดมาแล้วมีสภาพแวดล้อมที่พร้อมกว่าคนอื่น เช่น พ่อแม่เป็นผู้นำ ครอบครัวเป็นเจ้าของกิจการ และถ้าไม่พัฒนา skill จะแพ้คคนที่พัฒนา skill ซึ่งเพศ และเชื่อชาติ ผลไม่ต่างกัน

.

ถ้า leader พัฒนาได้ ทำยังไง หรือมี skill ยังไง ถึงจะพัฒนาได้?

ใช้ 70-20-10 model ซึ่งเป็น model ที่ใช้ได้ทุกเรื่องในการเรียนรู้เลย โดย

- 70% ประสบการณ์ที่ท้าทาย : เกิดจากการลงมือทำ

- 20% คนรอบข้าง: เช่น ทำงานกับคนเก่ง ๆ มีหัวหน้าเก่ง ๆ

- 10% การเรียนรู้: อ่านหนังสือ ดู video

.

5 ทักษะที่ทุกคนต้องมี ในการเป็น leadership

1️⃣ Communication + Active Listening:

⭐ การสื่อสาร

ตอนประชุมเปิดโอกาสให้ทีมได้พูดบ้าง และคนเราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง

ผู้นำที่ดี ให้ฟังเยอะกว่าพูด ดังนั้นถ้าอยากพูดเก่ง เราต้องฟังเก่งก่อน เพราะการที่พูดได้ ต้องมีข้อมูลที่ดี ฟังเก็บข้อมูลนำมาคิดวิเคราะห์ในการขมวดปม และพูดในประเด็นนั้นได้ดี

⭐ การฟัง

5 Levels of Listening: การฟังมี 5 ระดับ

1. Ignoring: ไม่ฟัง ตอบแชทอื่น ๆ อยู่

2. Pretend Listening: ฟังเขาแล้วตอบอื้ม ใช่ แต่คิดเรื่องอื่นอยู่

3. Selective Listening: เลือกฟังเป็นบางอย่าง ที่เราอยากฟัง ทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบ

4. Attentive Listening: วางทุกอย่าง ตั้งใจฟัง และอาจจะจดไปด้วย

5. Empathetic Listening: ฟังแล้วเห็นใจ ทำไมเขาต้องพูดแบบนั้น ซึ่งสำคัญมากกับการเป็น manager หรือคุยงานกับคนอื่น ๆ

เทคนิคง่าย ๆ ในการพัฒนาการฟัง:

หยุด (ทำอย่างอื่น) - ทวน (ที่เขาพูดจบว่าเราเข้าใจตรงกันไหม) - ถาม (รู้สึกยังไง หรือให้ช่วยอะไรไหม)

แล้วจะไปถึง level 5 ได้ยังไง? สรุป + ขมวดปม

ข้อดี คนฟังรู้สึกว่าเราเข้าใจเขา กับ confirm ตัวเองว่าเราเข้าใจพูดไหม เหมือนเซฟเกมส์เก็บไว้เป็นด่าน ๆ และคำถามสุดท้าย คุณรู้สึกยังไง หรืออยากให้เราช่วยอะไรได้บ้าง ทำให้เรารู้ เข้าใจเขา แก้ได้ตรงจุด

การฟังที่มี มี information ที่ดี ทำให้เราเอาไปตัดสินใจได้ดีมากขึ้นด้วย

.

2️⃣ Emotional Intelligence + Trust Building:

⭐ การจัดการอารมณ์ตัวเอ

สองคนทำธุรกิจ ความเชื่อใจสำคัญที่สุด

อย่าตัดสินใจตอนโกรธ ตอนโมโห ลองเปลี่ยนคำถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น อยากแก้ไขปัญหา ช่วยแก้ไปด้วยกัน

และใช้กฏ 6 วินาที เวลาโกรธ นับ 1-6 ในใจก่อนพูด เพราะ Amydala ใช้เวลา 6 วินาทีในการสงบ

⭐ การบิ้วความเชื่อใจ

สูตรการสร้าง trust

trust = (credibility + reliability + intimacy) / self-orientation

credibility: ต้องมีเครดิต ความเชี่ยวชาญในงานนั้น handle งานได้ พูดอะไรสมเหตุสมผล

reliability: ทำงานได้ตามสัญญา เชื่อถือได้ไหม ทำตามที่พูดหรือเปล่า

intimacy: บอกถึงความสนิทสนม ความเชื่อใจกัน

self-orientation: การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นสิ่งที่ trust น้อยลง

และ trust ไม่ได้บิ้วได้ในวันเดียว ต้องสั่งสม เทียบกับโหลแก้ว เอาของมาค่อย ๆ ใส่ไปเรื่อย ๆ ถ้า self น้อย จะเติมได้เร็วขึ้น

.

3️⃣ Adaptability

สมมุติเราว่ามีโปรเจกต์ที่ทำอยู่ แต่บริษัทยกเลิกโปรเจกต์นี้ เราจะทำยังไงต่อ?

เราต้องมี experiment mindset เปลี่ยนจาก ผิดพลาดเป็นความล้มเหลว เป็น ผิดพลาดเปนการเรียนรู้ ดังนั้น mindset นี้สำคัญมาก ทำยังไงให้เราล้มและลุกได้ และไม่ล้มแบบเดิม ทำให้เราเรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านมา

สามารถฝึกได้โดย challenge ทำสิ่งใหม่ ๆ ใน 1 อย่างทุกเดือน

.

4️⃣ Decision-Making

การตัดสินใจ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ที่สามารถฝึกได้

การเป็นผู้นำ ต้องตัดสินใจในเรื่องยาก ๆ เพราะเรื่องง่าย ๆ ลูกน้องตัดสินใจเองได้อยู่แล้ว

ที่ Amazon leader like a lot ส่วนใหญ่ leader ตัดสินใจถูกเป็นส่วนใหญ่ และตัดสินใจได้เก่ง

การตัดสินใจ ควรตัดสินใจ บอก direction ไม่ว่าถูกหรือผิดก็ตาม

การไม่ตัดสินใจ คือการตัดสินใจที่แย่ที่สุด

เทคนิคการตัดสินใจ

- 10-10-10 rule: อันนี้เอาไปทำตามได้ง่าย ถามตัวเองว่าการตัดสินใจมีผลยังไงใน 10 นาที? 10 เดือน? 10 ปี? เหมือนจัดความสำคัญ มี impact ยังไงบ้าง ใช้ในการตัดสินใจเรื่องยาก ๆ ให้มองถึง impact และ strategy ในระยะยาวมากกว่า

- Two-way door vs. one-way door: เป็นเทคนิคยอดนิยมไปทั่วโลก จาก amazon ในการแบ่งปัญหาในการตัดสินใจ

two-way ถ้าตัดสินใจผิด ย้อนกลับมาแก้ไขได้ ไม่มีผลมาก ข้อมูลไม่จำเป็นต้องเยอะ ตัดสินใจเร็ว ๆ ได้ เช่น ลองเครื่องมือใหม่ ๆ

one-way ถ้าตัดสินใจผิด แก้ไขยาก ผิดระยะยาว ดังนั้นต้องรวบรวมข้อมูลให้เยอะ ๆ ใช้เวลาคิดสักนิดนึง เช่น ปลดพนักงานออก

.

5️⃣ Coaching + Developing Others

สิ่งที่ผู้นำต้องทำ ตั้งแต่ senior ขึ้นไป คือ coaching และ mentor คนอื่นได้

coaching framework

- GROW (Goal - Reality - Options - Will): โดยให้เขาคิดเป้าหมายที่อยากทำของเขาเอง ตอนนี้เป็นยังไง มีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วต้องทำอะไร เลือก option ที่ดีมาทำ

- SBI+ (Situation - Behavior - Impace - Feedforward): หลังจากตั้งเป้าหมาย เราจะรู้ได้ยังไงให้เรารู้ว่าพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าได้จริง ๆ คือการให้ feedback เช่น มีคนพูดแทรกคนอื่นในขณะที่เขาพูดไม่จบ ในการประชุมเมื่อวาน สังเกตว่าพูดแทรกเพื่อน ทำให้เพื่อนอาจจะไม่กล้าพูด แนะนำให้เขาพูดจบก่อนแล้วค่อยเสนอความเห็น สิ่งที่ต้อง avoid คือให้ feedback ลอย ๆ ดังนั้นต้องให้ feedback ที่ clear มาก ๆ และให้อย่างจริงใจ จะบิ้ว trust ได้เร็ว

.

Transformation

📌 สิ่งที่ควรทำ 3 สิ่ง

- พยายามหา mentor ที่ดีและเก่ง ในที่ทำงาน

- ขอ feedback จากทีม

- อ่านหนังสือ 1 เล่มต่อเดือน

📌 ประเภทของผู้นำ

- Multiplier (2x): ทำให้ทุกคนเป็นคนที่เก่ง โดยสร้างพื้นที่ให้คนในทีมคิด ถามมากกว่าสั่ง ให้ทีมตัดสินใจ ท้าทายให้เติบโต พอลาพักร้อนทีมก็รันได้เอง ซึ่งคำถามมีพลัง ช่วยให้คิด ชี้นำให้คิดเพิ่ม ให้ทีมตัดสินใจเอง

- Diminisher (0.5x): ตรงข้ามกับ Multiplier คือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางนั่นแหละ

📌 Leadership Shadow ทีมดูเราตลอดเวลา และทำตามสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่สิ่งที่เราพูด

4 สิ่งที่ทีมดูจากเรา คือ Say, Act, Prioritise, measure

เช่น ถ้าชอบให้ทีมตรงต่อเวลา ต้องเริ่มจากเราตรงเวลาก่อน

ให้สังเกตตัวเองว่าพูดอะไรบ่อย ทำอะไร โฟกัสอะไร ถามอะไร

.

แล้วก็มี workshop เล็ก ๆ น้อย ๆ คือ 1-1-1 challenge

เลือกทักษะที่จะ focus (EQ/Trust, Communication, Adaptability, Decision, Coaching), 1 action ใน 7 วันนี้ และ 1 คนที่ขอ feedback

แล้วเพื่อน ๆ อยากพัฒนาทักษะอะไร?

ของเราลองเป็น coaching โดยอาจจะลองทำตาม GROW framework และให้ feedback โดยขอ feedback จากคนในทีมอีกที

#Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #พัฒนาตนเอง #skooldio #marianthon

2/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานและทีมงาน พบว่าการพัฒนาทักษะผู้นำไม่ได้หมายความว่าเราต้องเกิดมามีคุณสมบัตินั้นโดยตรง แต่เป็นเรื่องของการลงมือฝึกฝนและเรียนรู้ตลอดเวลา อย่างที่บทความพูดถึงโมเดล 70-20-10 ที่แบ่งการเรียนรู้เป็น 70% จากการทำงานจริง 20% จากการเรียนรู้จากคนรอบข้าง และ 10% จากการเรียนรู้เชิงทฤษฎี เช่น อ่านหนังสือหรือดูวิดีโอ แนวทางนี้ผมใช้เองและเห็นผลชัด เพราะการได้เจอสถานการณ์จริงจะช่วยฝึกทักษะการปรับตัวและการตัดสินใจได้ดีมาก โดยเฉพาะทักษะการฟังเชิงลึก (Empathetic Listening) นั้นสำคัญมาก เพราะทำให้เราเข้าใจความรู้สึกและสถานการณ์ที่คนอื่นเผชิญอยู่ การฟังแบบนี้ไม่ใช่แค่รับข้อมูล แต่เป็นการแสดงออกถึงความเห็นใจและใส่ใจกับความต้องการของทีม ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อใจได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การจัดการอารมณ์เฉพาะเวลาโกรธหรือเครียดก็เป็นเรื่องที่ผมเรียนรู้ว่าควรฝึกใช้กฏ 6 วินาทีอย่างจริงจัง ที่ให้เรานับ 1-6 ก่อนจะตอบโต้ เพื่อป้องกันการตัดสินใจหรือพูดจาที่อาจส่งผลเสียต่อทีมและตัวเอง อีกเรื่องที่อยากแนะนำคือการฝึกใจท้าทายสิ่งใหม่ ๆ หรือ mindset ของคนที่ไม่กลัวล้มเหลว แต่เห็นความผิดพลาดเป็นบทเรียน ซึ่งช่วยให้เราและทีมลุกขึ้นได้เร็ว พร้อมปรับตัวเพื่อทำงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้าย การโค้ชและให้ feedback อย่างจริงใจตามกรอบ GROW และ SBI+ ที่เน้นทั้งเป้าหมาย พฤติกรรม ผลกระทบ และข้อเสนอแนะเชิงบวก เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างการพัฒนาของคนในทีม และส่งเสริมการเติบโตของผู้นำรุ่นต่อไปที่มีคุณภาพ โดยสรุป ผู้นำที่ดีไม่ใช่แค่สั่งหรือควบคุมทีม แต่คือคนที่สร้างพื้นที่ให้คนในทีมได้คิดพัฒนาและตัดสินใจเอง ซึ่งทำให้ทีมแข็งแรงและพร้อมรับคำท้าทายต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น