อยากอัพสกิล content creator ใช่ไหม?

เชิญชวนมาเป็นชาวค่าย iCreator Camp กัน

เผลอแปปเดียวจะใกล้หมดเวลาสมัครค่าย iCreator Camp 2026 แล้ว (วันสุดท้าย 31 มีนาคม)

เลยมาชวนเพื่อน ๆ creator ที่มียอด follower 1000 คนขึ้นไป ในช่องทางไหนก็ได้ มาสมัครที่ค่ายนี้กัน เป็นค่ายฟรีจาก Rainmaker ที่มี speaker เป็น content creator ชั้นนำ รวมถึง connection เพื่อน ๆ ชาวค่ายด้วย

เราในฐานะ 1 ใน 100 คนจากงาน iCreator Camp 2024 เลยมา wrap-up สั้น ๆ ว่าสมัครยังไง? แล้วได้เรียนอะไร? ที่สำคัญมีการบ้านด้วยน้า

-

🔵 การสมัคร สามารถดูลิ้งได้ที่เพจ Rainmaker ได้เลย เดี๋ยวเราแปะลิ้งให้

คำถามที่สำคัญ คือ "ทำไมถึงอยากมาค่ายนี้?" หรือ "ทำไมแคมป์ต้องเลือกเรามา" อันนี้แนะนำตัวได้ตามสะดวกเลย บางคนอัดคลิปแนะนำตัวก็มีนะ เราแนบ CV บอก content pillar ว่าเราทำอะไรบ้าง และตอบคำถามที่ว่าลงไปด้วยเลย เพิ่มให้ด้วยว่าเข้าค่ายแล้วอยากจะทำอะไร

-

🔵 การเรียนการสอน

ของรุ่น 1 และ 2 จะมี 4 week และประกาศผล แต่ของรุ่น 3 จะมีกิจกรรมมาเพิ่ม

ซึ่งเราเป็น media partner ของงานรุ่นที่ 3 เลยเห็นเฉลยแล้วว่าคืออะไร บอกเลยชาวค่ายรุ่นสามได้กิจกรรมที่พิเศษที่รุ่นอื่นไม่มีจริง ๆ

การเรียนของปีเรา

- week1: Storytelling & Creativity

- week2: Content Marketing

- week3: Design & Visual

- week4: Production & Platform

- ประกาศผล

แล้วเรียนอะไรบ้าง แนะนำไปอ่านที่เว็บเรา mikkipastel.com ได้เลย ที่ tag content-creator เดี๋ยวแปะให้ใต้เม้น

-

🔵 แน่นอนเรียนแล้วต้องมีการบ้าน

- Assignment 1: Creator as a Soft Power

- Assignment 2: ทำไมต้องอัปเกรดมาใช้กล้อง SONY Alpha 7C II ที่มี AI

ของรุ่นสองการบ้านแรกเป็นเรื่อง burn-out ส่วนการบ้านที่สองเป็น SONY อีกรุ่นนึงที่เป็นรุ่นเล็กลงมาหน่อย จำชื่อรุ่นไม่ได้ล้ะ

-

และทึ่สำคัญ ชาวค่ายในปีนั้น ๆ จะได้บัตรเข้างาน iCreator Conference ฟรีด้วยน้า

อีกทั้งปีถัดไปยังได้ sit-in ของค่ายรุ่นถัดไปได้ด้วยน้า

อย่างปีที่แล้วเราเข้าไป sit-in วันแรก

ส่วนปีนี้เราเป็น media partner เลยได้เข้าไปสองวัน ส่วนสองวันไหนน้าน กดติดตามกันได้เลย

-

แล้วทำไมต้องเป็นค่ายนี้? มันดียังไง?

1. เป็นค่าย content creator หนึ่งเดียวในไทย แน่นอนว่า ฟรี มีค่ามัดจำ 3,000 บาท แต่ถ้าเราเข้าครบได้ certificate ก็จะได้มัดจำคืน ซึ่งทุกคนดีใจน้ามตาไหลตอนได้มัดจำคืน เพราะไม่มีตังค์กินข้าวแล้ว 5555555555

2. ได้เรียนกับ content creator ชั้นนำ บาง session ถ้าเราโชคดีก็ได้กระทบไหล่และพูดคุยอย่างใกล้ชิด

3. ได้เพื่อนใหม่ที่เป็น content creator นอกสายที่เราทำ แน่นอนพอมีงานอะไรสักอย่างพวกเรามากันเยอะ แทบจะ reunion ในงาน event แล้ว 5555555555 เช่น งาน iCreator Conference, งาน Thai Creator for Real Business Workshop

4. ได้ไปงาน iCreator Conference แบบฟรี ๆ ในปีนั้น รวมถึงได้ sit-in ในปีถัดไป ซึ่งแล้วแต่ความขยัน

ส่วนเรื่องงาน อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่อย่างน้อยการทำ assignment นั้น มี brand มาเห็น ก็อาจจะมีการจ้างงานเพิ่มมาด้วย

#โตขึ้นจึงรู้ว่า #พัฒนาตัวเอง #lemon8ฮาวทู #contentcreator #ครีเอเตอร์lemon8

3/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเสิร์ชหา “content creator camp” แล้วลังเลว่าค่าย iCreator Camp เหมาะกับเรามั้ย เราขอเสริมมุมที่คนมักอยากรู้ แต่ไม่ค่อยมีใครเล่าแบบเป็นขั้นตอน—เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นและเตรียมตัวสมัครได้ทันที 1) ก่อนสมัคร: เช็กความพร้อมให้ตรงโจทย์ค่าย - ยอดผู้ติดตาม 1,000+ ในแพลตฟอร์มไหนก็ได้: เลือกช่องที่ “ตัวตนชัด” ที่สุดไปยื่น ไม่จำเป็นต้องดังทุกช่อง - มี Content Pillar ชัด ๆ 2–4 เสา: เช่น ความรู้/ไลฟ์สไตล์/รีวิว/บันเทิง จะช่วยให้กรรมการเห็นทิศทางว่าเราสร้างคอนเทนต์แบบยั่งยืน ไม่ใช่โพสต์ตามกระแสอย่างเดียว - เตรียมตัวอย่างผลงาน 5–10 ชิ้น: เลือกชิ้นที่สะท้อนฝีมือ storytelling และความสม่ำเสมอ (ไม่ต้องยอดวิวสูงสุดเสมอไป) 2) ตอบคำถามสมัครให้โดน: “ทำไมแคมป์ต้องเลือกเรา” ทริคที่ใช้ได้จริงคือเขียนให้เป็น 3 ส่วนสั้น ๆ - เราคือใคร + ทำคอนเทนต์เรื่องอะไร (ชัด ๆ ใน 1–2 บรรทัด) - หลักฐานว่าเราทำจริง (ตัวเลข/ตัวอย่างงาน/ความถี่ในการโพสต์) - เป้าหมายหลังเข้าค่าย (เช่น อยากพัฒนา Storytelling, อยากทำซีรีส์คอนเทนต์ 10 ตอน, อยากหานิชให้เจอ) ถ้ามีคลิปแนะนำตัว ให้พูดเหมือนพรีเซนต์แบรนด์ตัวเอง: กระชับ มั่นใจ และโชว์สไตล์การเล่าเรื่อง 3) ภาพรวมการเรียน 4 สัปดาห์: เตรียมตัวยังไงให้ “ดูดซับได้คุ้ม” - Week 1 Storytelling & Creativity: ก่อนเข้าเรียนลองลิสต์ “เรื่องที่เล่าได้” 20 เรื่องจากประสบการณ์จริงของเรา จะทำให้จับเทคนิคบนเวทีได้ไว - Week 2 Content Marketing: เตรียมดูอินไซต์ช่องตัวเอง (โพสต์ไหนคนเซฟ/แชร์/คอมเมนต์เยอะ) เพื่อโยงกับกลยุทธ์สร้างแบรนด์และรายได้ - Week 3 Design & Visual: โฟกัสเรื่องภาพ/เลย์เอาต์/โทนสี และลองเล่นเครื่องมือ AI แบบพอดี ๆ ให้ช่วยทำงานเร็วขึ้น ไม่ใช่แทนตัวตน - Week 4 Production & Platform: ทบทวนว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับคอนเทนต์เรา และนิชของเราคืออะไร (ยิ่งชัด ยิ่งโตง่าย) 4) การบ้าน (Assignment) ทำให้เด่นแบบไม่หลุดตัวตน จากที่เคยเจอ โจทย์แนว “Creator as a Soft Power” หรือโจทย์เกี่ยวกับงานโปรดักชัน/อุปกรณ์อย่างกล้อง SONY Alpha 7C II ที่มี AI มักดูว่าเราคิดเป็นระบบไหม ไม่ได้วัดแค่ความสวย - เริ่มจาก Insight 1 อย่าง: คนดูของเรากำลังติดปัญหาอะไร - ตามด้วย Story: เล่าเคสจริง/ก่อน-หลัง/บทเรียน - ปิดด้วย Action: คนดูเอาไปทำตามได้ทันที (เช็กลิสต์/ขั้นตอน/เทมเพลต) 5) คุ้มค่ามั้ย และได้อะไรกลับมานอกจากความรู้ - Connection: ได้เพื่อนครีเอเตอร์ต่างสาย ทำให้ต่อยอดคอลแลบหรือช่วยกันรีวิว/แชร์ทรัพยากรได้ - โอกาสเห็นงานจริง: บางการบ้านมีแบรนด์เห็นผลงานได้ ถ้าทำดีและตรงโจทย์ มีสิทธิ์ได้งานต่อ - สิทธิ์เข้างาน iCreator Conference: สำหรับหลายคนอันนี้คือโบนัสใหญ่ เพราะได้อัปเดตเทรนด์และเจอคนในวงการเพิ่ม สรุป: ถ้าคุณอยากอัปสกิลแบบเข้มข้นทั้ง Storytelling, Content Marketing, Design & Visual, Production & Platform และอยากได้สังคมครีเอเตอร์จริงจัง iCreator Camp เป็นค่ายที่คุ้มมาก แนะนำให้เตรียมพอร์ต+คำตอบสมัครให้ชัด แล้วค่อยไปทุ่มกับการบ้านเพื่อโชว์ตัวตนให้สุด

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ มินซอ เดฟทำแอพ Android
มินซอ เดฟทำแอพ Androidผู้สร้าง

เรียนอะไรไปบ้างหาในนี้ได้เลย https://www.mikkipastel.com/tag/content-creator/

รูปภาพของ มินซอ เดฟทำแอพ Android
มินซอ เดฟทำแอพ Androidผู้สร้าง

ค่ายรับสมัครถึงสิ้นเดือนนี้น้า ประกาศผลวันที่ 8 เมษายนนน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScOJ03Ih9N7ETUKBm6AWMM-L3ISoHQz_-d4A8wM_ARUMXIjGA/viewform