Automatically translated.View original post

Wipe and then glow skin?👀✨

5/4 Edited to

... Read moreใครกำลังลังเลระหว่าง “โทนเนอร์นีเวีย” กับ “คลีนซิ่งนีเวียไมเซล่า” เราว่าต้องเริ่มจากแยกหน้าที่ก่อนเลยนะคะ เพราะหลายคนเรียกรวมๆ ว่าโทนเนอร์ทั้งที่จริงๆ ไมเซล่าเป็นคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง สำหรับ NIVEA Skin Glow Micellar (ไมเซล่า) ที่เราลอง จุดที่ชอบคือเช็ดแล้วรู้สึก “ลบสะอาดแบบไม่ต้องพยายาม” โดยเฉพาะวันที่แต่งหน้าแน่นๆ หรือมีเมคอัพกันน้ำ พอใช้สำลีชุ่มๆ วางโปะไว้สัก 5–10 วินาที แล้วค่อยปาดออก จะออกง่ายขึ้นและไม่ต้องถูแรง (อันนี้ช่วยลดการระคายเคือง/ผิวแดงได้เยอะมาก) ทริคที่ทำให้ผิวดูโกลว์หลังเช็ด: 1) ใช้สำลีแผ่นนุ่ม และชุบให้ชุ่มพอ อย่าใช้แบบหมาดๆ เพราะจะต้องถูซ้ำ 2) แบ่งเช็ดเป็นโซน: หน้าผาก-แก้ม-คาง แล้วค่อยไปตา/ปากต่างหาก (ตากับปากให้กดแปะก่อน) 3) เช็ดซ้ำจนสำลีเกือบขาวจริงๆ โดยเฉพาะข้างจมูกและกรอบหน้า หลายคนถามว่า “เช็ดแล้วผิวโกลว์จริงไหม?” ของเรารู้สึกว่าผิวดูโกลว์/เล่นแสงขึ้นแบบผิวสะอาดและชุ่มขึ้น ไม่ใช่ความมันนะคะ และถ้าใช้ต่อเนื่องแล้วตามด้วยสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นดีๆ จะยิ่งเห็นว่าผิวดูเนียนขึ้น ส่วนเรื่อง “รอยดำจางลง” เรามองว่าไมเซล่าไม่ได้รักษารอยดำโดยตรง แต่ข้อดีคือเช็ดได้เกลี้ยง ลดการอุดตันและการระคายเคืองจากการถูแรงๆ ผิวเลยดูใสขึ้นและรอยดูเด่นน้อยลงค่ะ แล้วโทนเนอร์นีเวียจำเป็นไหมหลังใช้ไมเซล่า? - ถ้าวันนั้นแต่งหน้าหนัก/กันน้ำมาก แนะนำล้างหน้าต่อด้วยโฟมอ่อนๆ (double cleansing) แล้วค่อยลงโทนเนอร์เพื่อเติมน้ำ/ปลอบผิว - ถ้าวันเบาๆ หรือผิวแพ้ง่าย บางคนใช้ไมเซล่าแล้วล้างน้ำตาม จากนั้นลงมอยส์เจอไรเซอร์ได้เลย สรุปจากที่ใช้: ถ้าหา “คลีนซิ่งนีเวียไมเซล่า” ที่เช็ดเมคอัพกันน้ำได้ดีและให้ฟีลบำรุงในตัว รุ่น Skin Glow น่าไปลองมาก โดยเฉพาะคนที่อยากได้ผิวดูโกลว์แบบไม่ต้องถูหน้าหนักๆ ค่ะ