🍡🫧 ใครอยากมีผิวโมจิต้องกดเซฟคลิปนี้ไว้เลย มาบอกทริคสูตรลับ prep ผิวให้แล้ว!!
#GarnierThailand #GarnierDryTouchCream #ครีมโมจิ #ผิวโมจิ #skincare
ถ้าใครเสิร์ชหา “mochi dry touch cream” เพราะอยากได้ผิวโมจิแบบนุ่มเด้ง แต่กลัวทาแล้วเหนอะ/มันเยิ้มระหว่างวัน เรารวมทริค prep ผิวที่ทำเองบ่อย ๆ มาให้ เผื่อช่วยให้ครีมทำงานได้เต็มที่และผิวดูฟูขึ้นจริง 1) เริ่มจาก “ล้างหน้าแบบไม่ทำให้ผิวเอี๊ยด” ผิวโมจิจะดูนุ่มเด้งได้ต้องไม่แห้งตึงก่อน ถ้าล้างแล้วหน้าเอี๊ยด ผิวมักขาดน้ำและจะมันง่ายขึ้นตอนกลางวัน เลือกคลีนเซอร์อ่อน ๆ แล้วซับหน้าให้หมาด ไม่ต้องเช็ดจนแห้งสนิท 2) เติมน้ำให้ผิวก่อนลงครีม (สำคัญมาก) หลังล้างหน้าเราใช้โทนเนอร์/เอสเซนส์เนื้อบาง ๆ 1–2 เลเยอร์ เน้นให้ผิว “ชุ่มน้ำ” ก่อน ถึงจะได้ฟีลผิวโมจิที่ดูอิ่มน้ำ ถ้าผิวแห้งอยู่แล้วลงครีมหนา ๆ บางทีจะรู้สึกเป็นคราบหรือไม่เนียน 3) ลง mochi dry touch cream แบบ “น้อยแต่ทั่ว” ครีมสาย dry touch จุดเด่นคือแห้งไว ไม่เหนียว และช่วยให้ผิวดูนุ่มลื่น เราจะวอร์มครีมบนปลายนิ้วนิดนึง แล้วกด/แตะลงผิวทีละส่วน (แก้ม หน้าผาก คาง จมูก) จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่ว เทคนิคคือเริ่มจากปริมาณเท่าเมล็ดถั่วก่อน ถ้ายังรู้สึกไม่พอค่อยเพิ่ม จะคุมความมันและไม่หนักหน้า 4) โฟกัสจุดที่อยากให้ “เด้งฟู” ถ้าอยากได้ผิวโมจิแบบดูฟู เราจะย้ำบริเวณแก้มและใต้ตานิดหน่อย แต่บริเวณทีโซน (หน้าผาก-จมูก) ลงบางที่สุด เพราะโซนนี้มันง่ายอยู่แล้ว 5) รอเซ็ตตัว 1–2 นาที ก่อนกันแดด/เมคอัพ หลายคนรีบลงกันแดดหรือรองพื้นทันทีแล้วเป็นขุย/เป็นคราบ เรารอให้ครีม dry touch เซ็ตก่อน แล้วค่อยลงกันแดด จะช่วยให้ผิวเรียบและเมคอัพเกาะดีขึ้น 6) ถ้าหน้ามันง่าย: ปิดด้วยแป้งบาง ๆ เฉพาะจุด วันไหนอากาศร้อน เราจะใช้แป้งฝุ่นแตะเบา ๆ แค่ทีโซน ผิวยังดูโมจิอยู่แต่ไม่เงามันเกิน สรุปฟีลลิ่งที่เราชอบของสาย “ผิวโมจิ” คือผิวต้องชุ่มน้ำแต่ผิวสัมผัสไม่เหนอะ และ mochi dry touch cream จะช่วยเรื่องความลื่น นุ่ม และความแห้งไวได้ดีมาก ถ้าทำตามขั้นตอน prep ผิวด้านบน โอกาสเป็นคราบจะน้อยลง และได้ผิวโมจิที่ดูเนียนขึ้นแบบเห็นได้ชัด













