Automatically translated.View original post

How to make up every day, so that acne does not increase

1. Wash your face. Very important!

Heavy makeup time, must ensure that we wash really clean. Personally, many steps will be a little bit because I used to wash unclean and acne.

👉 Mascara Wash > Cleansing Oil > Eye Wipes > Face Wash > Eyelid Wash Foam > Toner Pad

2.Skin Care Reduces Acne Birth + Enhances Skin Shield

During heavy makeup every day, skincare is used with gently defoliating parts, reducing acne. Now, my favorite of BK is very good. I normally use BK's cone mask when I have acne, and this one is a very good serum, meat, gel, seep, moisturizing, but not greasy.

The younger is BK Ance clear cica water gel serum. It is not only acne reduction, but healthy skin.

✅ reduce acne, reduce acne

✅ strengthen the skin.

✅ repair. Restore acne skin.

✅ create a new skin shield.

✅ limit deteriorated skin cells.

When the skin is stronger, acne will become more difficult. And my skin is dry. I like this one a lot because it does not dry the skin and is not greasy. It is very good. Notice that this period is often makeup, heavy dressing, but no acne at all. Importantly, no perfume, no alcohol, sensitive skin is fine. Made in Korea too. This envelope from 7-11 packets of 59 baht each. Who likes acne, try it. 😊

# BKacne # Acne # Drug sign with lemon8 # Serum Sew # Clear skin

2025/9/21 Edited to

... Read moreนอกจากสิวที่ขึ้นจากแต่งหน้าบ่อยๆ เราเจอบ่อยอีกแบบคือ “สิววนๆ” และ “สิวที่ริมฝีปาก” เลยอยากเสริมทริคดูแลที่ทำแล้วเห็นผลจริง (แบบไม่ฝืนผิว) 1) วิธีรักษาสิวพื้นฐานที่เราใช้ (โฟกัสลดอุดตัน + ฟื้นเกราะผิว) - หยุดเพิ่มภาระผิวก่อน 3-7 วัน: ลดเมคอัพหนักๆ/งดสครับเม็ด/งดมาสก์ที่แสบหรือยิบๆ เพราะช่วงสิวเห่อผิวมักระคายเคืองง่าย - ล้างหน้า “พอดีแต่สะอาด”: วันที่แต่งหน้าหนักเราจะดับเบิลคลีนเหมือนเดิม (ที่ล้างมาสคาร่า → คลีนซิ่งออยล์/บาล์ม → โฟมล้างหน้า → โทนเนอร์แพดเบาๆ) แต่จะระวังไม่ถูแรง โดยเฉพาะรอบจมูกและคางที่อุดตันง่าย - เลือกสกินแคร์ที่ช่วยสิวแต่ไม่ทำให้ผิวบาง: ถ้าใช้กลุ่มผลัดเซลล์ (เช่น BHA/AHA) เราจะเริ่มจาก “ความถี่น้อย” ก่อน เช่น 2-3 คืน/สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่ม และต้องมีตัวเติมชุ่มชื้น/ปลอบประโลมอย่าง cica หรือเจลเซรั่มที่ซึมไว ไม่เหนอะ - ทากันแดดทุกวัน: เพราะสิวหายแล้วทิ้งรอยง่ายมาก โดยเฉพาะคนผิวแห้ง/แพ้ง่าย 2) สิวที่ริมฝีปาก เกิดจากอะไรบ่อยๆ (ที่เราเจอ) - ลิปสติก/ลิปมันอุดตัน หรือทาทับบ่อยโดยไม่เช็ดคราบให้สะอาด - ยาสีฟัน/น้ำยาบ้วนปากไหลโดนมุมปาก ทำให้ระคายเคืองจนเป็นตุ่ม - การเลียริมฝีปาก/จับปากบ่อยๆ หรือหน้ากากอนามัยเสียดสี หมายเหตุ: ถ้าตุ่มอยู่ “บนขอบปาก” เจ็บแปลบๆ มีน้ำใสๆ เป็นกลุ่มๆ อาจเป็นเริมมากกว่าสิว อันนี้ควรปรึกษาแพทย์/เภสัช ไม่ควรแกะหรือบีบ 3) วิธีดูแลสิวที่ริมฝีปากแบบที่ทำแล้วดีขึ้น - เช็ดคราบลิปให้หมดก่อนล้างหน้า: เราจะใช้รีมูฟเวอร์เช็ดเฉพาะจุด แล้วค่อยไปขั้นคลีนซิ่ง/โฟม เพื่อลดการอุดตันที่มุมปาก - เปลี่ยนลิปเป็นสูตรอ่อนโยนชั่วคราว: ช่วงเป็นสิวบริเวณนี้เราจะพักลิปแมตต์หนักๆ และเลือกบาล์มที่เรียบง่าย (ไม่ใส่น้ำหอม/ระคายเคือง) - ระวังสกินแคร์แรงๆ ไม่ให้โดนขอบปาก: กลุ่มกรดผลัดเซลล์หรือแต้มสิวบางชนิด ถ้าโดนมุมปากจะลอกและแสบมาก เราจะเว้นระยะ 1-2 มม. - ทำความสะอาดหน้ากาก/ปลอกหมอน: สิวบริเวณปากกับคางมักสัมพันธ์กับการเสียดสีและความอับชื้นมากจริงๆ 4) ทริคเล็กๆ ตอนแต่งหน้าให้สิวไม่กำเริบ - เลือกเบส/รองพื้นที่บางและล้างออกง่าย และพยายามไม่ลงซ้ำหลายชั้นบริเวณที่มีสิว - ล้างแปรง/พัฟสม่ำเสมอ (เราใช้หลัก 1-2 ครั้ง/สัปดาห์สำหรับพัฟที่ใช้ทุกวัน) - ถ้าวันไหนต้องแต่งหนักจริงๆ กลับถึงบ้านจะรีบเช็ดเครื่องสำอางก่อน ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน หวังว่าส่วนเสริมนี้จะช่วยคนที่กำลังหาวิธีรักษาสิว และคนที่เจอสิวที่ริมฝีปากบ่อยๆ นะคะ ถ้าดูแลเรื่อง “ล้างให้สะอาด + ใช้สกินแคร์ที่ช่วยลดสิวแต่ยังเสริมเกราะผิว” ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ผิวจะค่อยๆ เสถียรขึ้นและสิวขึ้นยากขึ้นจริงๆ