Pharmacopoeia MU vs TU
ถ้าใครกำลังลังเล “เภสัช MU vs TU” แล้วมีคำถามฮิตอย่าง “เภสัช ม.ไหนเข้าง่าย” เราว่าต้องแยกเป็น 2 เรื่องคือ (1) ความยากง่ายในการ “ติด” และ (2) ความเหมาะกับ “สไตล์การเรียน/เป้าหมาย” ของเรา เพราะบางที่อาจคะแนนสูงกว่า แต่รูปแบบการเรียนหรือเส้นทางที่ชอบกลับเหมาะกว่า 1) ต่างยังไง เลือกสายปีไหน โดยทั่วไปคณะเภสัชจะมีช่วงพื้นฐานก่อน แล้วค่อยเลือกแนวทาง/สาย (แต่ชื่อสายและช่วงเวลาที่เลือกอาจต่างกันตามหลักสูตรของแต่ละมหา’ลัย) แนะนำให้ดูว่าแต่ละที่เด่นด้านไหน เช่น สายที่เกี่ยวกับงานโรงพยาบาล/คลินิก งานอุตสาหกรรมยา/โรงงาน งานวิจัย/นวัตกรรม งานคุ้มครองผู้บริโภค/กฎหมายยา ฯลฯ ถ้าเรารู้เป้าหมายคร่าว ๆ จะเลือกได้ง่ายขึ้นมาก 2) วิชาที่เรียนในปีแรก (ภาพรวมที่หลายที่คล้ายกัน) ปี 1 มักเป็นการปูพื้นฐานหนักพอสมควร เช่น เคมี (โดยเฉพาะเคมีอินทรีย์/วิเคราะห์), ชีววิทยา, ฟิสิกส์บางส่วน, คณิต/สถิติ, พื้นฐานกายวิภาคหรือสรีรวิทยาเบื้องต้น รวมถึงวิชาศึกษาทั่วไป (อังกฤษ/สังคม/เลือกเสรี) ใครไม่ถนัดสายวิทย์ลึก ๆ แนะนำเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม เช่น ทบทวนเคมี ม.ปลาย ทำโจทย์สม่ำเสมอ เพราะเทอมแรก ๆ คือช่วงปรับตัวที่ชี้ชะตาเกรดได้เลย 3) ค่าเทอม (ต้องเช็กตามหลักสูตร/ภาคที่เลือก) ค่าเทอมเภสัชขึ้นกับว่าเป็นภาคปกติ/นานาชาติ/โครงการพิเศษ และมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น อุปกรณ์แลป ชุดปฏิบัติการ หนังสือ เดินทางไปฝึกงาน ฯลฯ วิธีที่เราใช้คือเข้าเว็บคณะ/กองคลังของมหา’ลัย แล้วดูประกาศล่าสุด พร้อมถามรุ่นพี่เรื่อง “จ่ายจริงต่อเทอม” เพราะบางทีตัวเลขในประกาศยังไม่รวมค่าแลปหรือกิจกรรมบางอย่าง 4) เภสัช ม.ไหนเข้าง่าย? (คิดแบบมีหลัก) เราแนะนำให้ดู 3 อย่างควบกัน - สถิติคะแนนย้อนหลัง/จำนวนรับใน TCAS รอบที่เราจะยื่น (จำนวนรับมาก โอกาสก็มักกว้างขึ้น) - เงื่อนไขคัดเลือก (ใช้ GPAX/Portfolio/สัมภาษณ์/วิชาเฉพาะอะไรบ้าง) - ความถนัดของเรา: บางคนทำข้อสอบคำนวณดี บางคนเด่นสัมภาษณ์หรือแฟ้มผลงาน อันนี้ทำให้ “ง่าย/ยาก” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 5) ถ้าคีย์เวิร์ดที่เจอคือ “เขียวโอลีฟ” เกี่ยวอะไรกับการเลือกเภสัช? ช่วงเลือกคณะ/แต่งตัวไปสัมภาษณ์ หลายคนจะหาโทน “เขียวโอลีฟ” เพราะสุภาพ ถ่ายรูปขึ้น และเข้ากับชุดนักศึกษา/ชุดทางการได้ง่าย ถ้าต้องไป Open House หรือวันสัมภาษณ์ เราว่าเลือกโทนเรียบ ๆ จะปลอดภัย และโฟกัสไปที่การเตรียมคำตอบมากกว่า เช่น ทำไมอยากเรียนเภสัช เป้าหมายอาชีพ และเคยทำกิจกรรมอะไรที่สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพ/วิทย์ สรุปคือ ถ้าอยากตัดสินใจระหว่าง MU กับ TU ให้เริ่มจาก “อยากทำงานแนวไหน” + เช็ก “ปี 1 เรียนอะไร” + “ค่าเทอมจริง” แล้วค่อยเทียบ “โอกาสติดจากคะแนนย้อนหลังของรอบที่เรายื่น” จะตอบได้ชัดกว่าแค่ถามว่าที่ไหนเข้าง่ายค่ะ
































































































