Automatically translated.View original post

Review of every matcha bought from Japan🇯🇵🍵🌸

This post is for those who are not sure which one to buy or find but do not know what it tastes like. 🤔 They have already gathered all the purchased matcha. 😍

The problem on this Japanese trip is matcha! And must be a matcha that is suitable for making lattes too. Because I personally like to eat lattes. 🥹 Most randomly buy, find some famous ones that have never seen, buy and try. At least have to eat all year. 🤣

📍 most of the coordinates bought are byodo-in, kyoto. It's a green tea road. You can buy it in every shop. The famous ones are worth it. Other ones are bought from Dongki. Some fish markets.

Which friends are you going to like? Let's talk. In case you go around the next time, you will follow 😍

# Real Japanese matcha # Japanese matcha # Matcha imported from Japan # Japanmatcha # matchainjapan

2025/10/31 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังจะไปญี่ปุ่นแล้วอยากหาซื้อ “ผงมัทฉะญี่ปุ่นแท้” กลับมาเป็นของฝาก หรืออยากได้ตัวที่เหมาะกับชงลาเต้ เราขอสรุปวิธีเลือกแบบที่เราใช้จริง (กันพลาดเวลาเห็นของเต็มชั้นแล้วงง) พร้อมทริคชงให้อร่อยขึ้นค่ะ 1) เลือกมัทฉะให้เหมาะกับ “มัทฉะลาเต้” - ถ้าชอบลาเต้สายครีมมี่/ถั่วนัว: มองหาตัวที่โน้ตออก nutty, creamy, roasted (บางรุ่นจะมีความอูมามิพอประมาณ) พอชงกับนมแล้วรสไม่หาย แถมไม่ขมโดด - ถ้าชอบหอมละมุนแบบดอกไม้ (floral) และนุ่มมาก: มักจะเป็นสาย Uji/เกรดพิธีการบางตัว กลิ่นจะพรีเมียม แต่พอชงกับนมอาจต้องเพิ่มผงนิดหน่อยเพื่อให้กลิ่นไม่ถูกนมกลบ - ถ้าคุณไวต่อ “กลิ่นเขียว/สาหร่าย”: เลี่ยงตัวที่คนรีวิวว่าเขียวจัดๆ หรือ seaweed note ชัด (บางตัวอร่อยสำหรับชงน้ำล้วน แต่ลาเต้อาจต้องบาลานซ์ดีๆ) 2) ดูคำบนฉลากญี่ปุ่นแบบง่ายๆ (จำแค่นี้ก็ช่วยได้) - 抹茶 (Matcha) = มัทฉะแท้ - 宇治 (Uji) = แหล่งดังของมัทฉะ แถวเกียวโต - 御薄茶 (Usucha) = ชงบาง ดื่มง่าย - 御濃茶 (Koicha) = ชงเข้ม รสแน่น เหมาะกับคนชอบอูมามิ/ความหนา (เอามาทำลาเต้จะเข้มสะใจ แต่ก็เข้มราคาเช่นกัน) - 緑茶 / Green Tea เฉยๆ = บางทีไม่ใช่มัทฉะ 100% (อาจเป็นชาเขียวบดหรือเบลนด์) ต้องดูดีๆ - Organic/オーガニック = ออร์แกนิก (ไม่ได้แปลว่าอร่อยกว่าเสมอ แต่อุ่นใจเรื่องแหล่งปลูก) 3) ช่วงราคา & คำว่า “กระปุกทอง” ควรคาดหวังยังไง มัทฉะญี่ปุ่นมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนหลักพันบาทต่อกระปุก/ซอง (แล้วแต่กรัมและเกรด) ถ้าเห็น “กระปุกทอง” หรือแพ็กเกจดูพรีเมียม ให้ดู 2 อย่างคู่กันคือ “กรัม” กับ “ประเภท (usucha/koicha)” เพราะบางตัวราคาดูไม่แรง แต่ปริมาณน้อยมาก ชงได้ไม่กี่แก้ว 4) พิกัดซื้อยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว - Donki: ข้อดีคือหาง่าย ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากได้ตัวชงลาเต้แบบไม่เสียดาย ถ้าซื้อหลายตัว แนะนำหยิบขนาดเล็ก/กลางมาลองก่อน - โซน Uji/Byodo-in (Kyoto): เหมาะกับคนอยากลองตัวกลิ่นหอมซับซ้อน ฟีลพรีเมียม มีหลายร้านให้เทียบกัน สนุกตรงได้เจอรสชาติที่ “ไม่เคยกินมาก่อน” 5) ทริคชงมัทฉะลาเต้ให้นัว (แบบที่เราทำประจำ) - ร่อนผงมัทฉะก่อนทุกครั้ง ลดเป็นเม็ด - ใช้น้ำอุ่น 70–80°C (น้ำเดือดทำให้ขมและกลิ่นแหลม) - อัตราส่วนเริ่มต้น: มัทฉะ 2g + น้ำ 40–60ml ตีให้เนียน แล้วค่อยเติมนม 150–200ml - ถ้ารสหายเวลาใส่นม: เพิ่มผงเป็น 2.5–3g หรือใช้นมที่มันขึ้น (นมโค/โอ๊ตบางยี่ห้อช่วยความครีมมี่มาก) ถ้าคุณกำลังหา “ชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นยี่ห้อไหนดี” สำหรับชงลาเต้ แนะนำให้เริ่มจากตัวที่โทนถั่วนัว/ครีมมี่ก่อน แล้วค่อยไล่ไปทาง floral/อูมามิ จะสนุกและเจอตัวที่เข้าปากไวกว่า ใครมีตัวเด็ดจากชินจูกุหรือเจอมัทฉะคาบายาชิ ZUIHO ราคาโดนๆ มาแชร์กันได้นะคะ เผื่อทริปหน้าจะได้ไปตำตาม!