เจอสมุดในตำนาน!

นานจริงๆตั้งแต่ปี 2012 🕰️

เป็นเล่มแรกๆ ที่มีมี่ฝึกไดอารี่ภาษาอังกฤษค่ะ

ย้อนไปอ่านเล่มเก่าก็สนุกดีนะคะ

หลายอย่างลืมไป 90%

พอเปิดดู flashback ก็กลับมาเต็มไปหมด

โดยเฉพาะความฝันสมัยเด็ก

ที่เมื่อก่อนอยากไป Broadway

อยากไปคอนเสิร์ต Taylor Swift

สมัยนู้นมันดูไกลตัวมาก แต่ปัจจุบันเราทำได้

เด็กเมื่อตอนนั้นต้องภูมิใจในตัวเราแน่ๆ 😻

การเขียนก็เหมือนได้ manifest 💫

ได้วางแผน แล้วมันก็จะเป็นจริงซักวันนะคะ

- ลายมือยังเหมือนเดิม แต่วาดรูปดีขึ้น?

- grammar มั่วอยู่ แต่เพราะการไม่กลัวเขียนผิด ทำให้มีมี่กล้าจดมาจนปัจจุบัน

- ชอบปากกาหมึกดำตั้งแต่สมัยนู้น

- ไม่แต่งด้วยสติกเกอร์/เทป เพราะเมื่อก่อนแพง 😹 จำได้แม่นเลยว่าแผ่นเล็กๆอันนึงหลักร้อย

- เขียนถึง Taylor Swift ทุกปีทุกเล่ม เรื่องที่ชอบมันจดได้เยอะจริงๆนะคะ ยิ่งจดยิ่งจอย

เพื่อนๆละคะ ชอบเก็บสมุดเล่มเก่าไว้เหมือนกันไหม?

.

#lemon8ไดอารี่ #พัฒนาตัวเอง #ฝึกภาษากับlemon8 #howtoglowup #JournalWithMe

2025/8/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจเคยลองเขียนไดอารี่หรือสมุด journal กันบ้างในวัยเด็กหรือวัยเรียน ซึ่งการจดบันทึกแบบนี้ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ในการฝึกภาษาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราระลึกถึงความฝันและเป้าหมายของตัวเองได้ดีขึ้นด้วย จากประสบการณ์ของมี่ที่ได้เก็บสมุดเล่มแรกตั้งแต่ปี 2012 ที่เขียนภาษาอังกฤษและบันทึกเรื่องราวต่างๆ ถึงแม้จะลืมหลายเรื่องไป แต่เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งก็ช่วยให้เห็นพัฒนาการและแรงบันดาลใจในอดีตชัดเจนขึ้น เช่นความฝันจะไป Broadway หรือติดตามคอนเสิร์ต Taylor Swift ซึ่งตอนนั้นไกลตัวมากแต่ตอนนี้ทำได้จริง นอกจากนี้ การจดบันทึกยังทำให้เราได้ฝึกใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กลัวการเขียนผิด ที่สำคัญคือรู้สึกสนุกและได้ปลดปล่อยไอเดียผ่านการวาดรูปและเล่าเรื่องราวส่วนตัว สำหรับใครที่สนใจเริ่มเขียนบันทึกความฝันหรือ journal แนะนำให้ลองใช้วิธีง่ายๆ คือเลือกสมุดสีโปรดหรือปากกาที่ใช่สำหรับตัวเอง ดีกว่าการเน้นความสมบูรณ์แบบ เพราะจุดประสงค์หลักคือการสร้างแรงใจและบันทึกความทรงจำ สุดท้าย สมุดบันทึกเก่าๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่ของสะสมแต่เป็นเหมือนตัวเชื่อมโยงใจเราในอดีตกับปัจจุบัน ให้เราได้ภูมิใจในความพยายามและก้าวเดินจนเป้าหมายกลายเป็นจริงสักวันหนึ่งค่ะ