Automatically translated.View original post

The Black Book of Manifest Book Review

The Black Book of Manifest is a Manifest book that can't be read at all. 😻 emphasize self-belief, positivity, and action.

Easy to read. There are examples to think about. Clearly. Quotes in a short but very popular book. Mimi highlights many pages. 📝

The other favorite thing is that in the book there is a template to practice writing. Read and try to write. Try it.

It is very suitable for reading during the New Year, because it can use the Manifest concept to help us set goals more clearly. And also read and encourage, add positive energy to think, dare to act more.

- - -

📖 Story: The Black Book of Manifest

✍️ Writer: Think a lot - The Manifest Master

📚 Publisher: WeLearn

Book # 040 of 100 Book Challenge

# Lemon 8 Club # Writer reader # Book review # Read according to lemon8 # manifest

2025/12/19 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังลังเลว่า The Black Book of Manifest เป็นหนังสือแนวไหนกันแน่—จากที่อ่านจบแล้ว เราว่าเล่มนี้เหมาะกับคนที่อยาก “เริ่มทำจริง” มากกว่าสายอ่านแล้วปล่อยผ่านค่ะ คอนเซ็ปต์ Manifest ในเล่มไม่ได้พาไปทางเวอร์ๆ แต่จะย้ำเรื่องการตั้งเป้าหมายให้ชัด + สร้างความเชื่อมั่น + ลงมือทำเป็นขั้นๆ ซึ่งอ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีคนช่วยจัดระบบความคิดให้ สิ่งที่เราชอบมากคือเทมเพลตในเล่ม โดยเฉพาะ The Black Vision Board ที่มีช่องให้เขียนภาพชีวิตที่อยากได้แบบเป็นรูปธรรม ตอนทำจริงเราลองเขียนให้เฉพาะเจาะจงขึ้น เช่น แทนที่จะเขียนว่า “อยากสุขภาพดี” ก็เปลี่ยนเป็น “ออกกำลังกาย 3 วัน/สัปดาห์ + เดินวันละ 7,000 ก้าว” แล้วค่อยจับคู่กับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละสัปดาห์ วิธีนี้ช่วยให้ Vision Board ไม่ใช่แค่คำสวยๆ แต่กลายเป็นแผนที่เดินได้จริง อีกเทมเพลตที่มีประโยชน์คือ Journey to The Best Version ที่ให้เรามองตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด พร้อมระบุอุปสรรคและสิ่งที่ต้องทำ เราลองใช้วิธีเขียน 3 ช่องแบบง่ายๆ: (1) เวอร์ชันที่อยากเป็น (2) อุปสรรคที่เจอบ่อย (3) 1 การกระทำเล็กๆ ที่เริ่มได้วันนี้ เช่น ถ้าอุปสรรคคือ “ขี้ผัดวัน” ก็ใส่การกระทำว่า “เริ่ม 10 นาที” หรือ “ทำให้เสร็จก่อนเที่ยง” แล้วติ๊กเช็กในสมุดบันทึก/Reading Tracker ไปด้วย ทำให้เห็นความคืบหน้าแบบจับต้องได้ ในเล่มยังพูดเรื่องพลังของเดดไลน์ ซึ่งเราเห็นด้วยมาก เพราะต่อให้คิดบวกแค่ไหน ถ้าไม่มีกรอบเวลา เป้าหมายจะลื่นไหลตลอด เราแนะนำให้ลองตั้งเดดไลน์ 2 ชั้น: เดดไลน์ใหญ่ (เช่น 3 เดือน) + เดดไลน์ย่อยรายสัปดาห์ (สิ่งที่ต้องส่ง/ต้องทำให้จบ) แล้วกลับมาทบทวนทุกอาทิตย์สั้นๆ ว่าอะไรเวิร์ก อะไรต้องปรับ ส่วน Quotes ที่เป็นแนว “ความคิดสร้างฝัน แต่การลงมือทำสร้างชีวิตให้เป็นจริง” อ่านแล้วช่วยดึงสติได้ดีมาก โดยเฉพาะวันที่ไฟตกๆ เรามักใช้วิธีเลือก 1 ประโยคจากเล่มมาเขียนซ้ำในหน้าจด เพื่อรีเซ็ตความคิด แล้วถามตัวเองต่อว่า “วันนี้จะลงมือทำอะไร 1 อย่างให้เข้าใกล้เป้าหมาย?” ทำแค่นี้ก็ช่วยให้ Manifest ไม่กลายเป็นการเพ้อฝันค่ะ สรุปสำหรับคนที่ค้นหารีวิวหนังสือ The Black Book of Manifest: เล่มนี้อ่านง่าย มีตัวอย่างและแบบฝึกหัดพร้อมใช้ เหมาะกับช่วงเริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ๆ หรือคนที่อยากจัดระบบชีวิตให้ชัดขึ้น ใครชอบอ่านแล้วได้ทำไปด้วย น่าจะถูกใจมากค่ะ