บทที่ 2: เคล็ดลับยิ่งใหญ่ในการติดต่อกับผู้อื่น

มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้บุคคลอื่นทำตามที่คุณต้องการ นั่นก็คือการที่ให้เขาทำโดยสมัครใจ ใช่อยู่ว่าคุณสามารถบังคับ จะหักคะแนน หักเงินเดือน หรือไล่เขาออกได้ แต่การกระทำเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน และไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

ถ้าคุณต้องการให้ใครก็ตามทำสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ คุณจะต้องให้สิ่งที่เขาต้องการเช่นกัน แล้วอะไรคือสิ่งที่คนเราต้องการ? หนังสือสรุปออกมาได้ 8 หัวข้อ ดังนี้

1. มีความสุขสมบูรณ์ หรือมีชีวิตยืนยาว

2. อาหาร

3. การนอน

4. เงิน และสิ่งที่เงินซื้อได้

5. ความสุขในอนาคต

6. ความเกษมสำราญในกามารมณ์

7. ลูกได้รับความสุขสวัสดี

8. ความรู้สึกที่จะเป็นคนสำคัญ

จงหาให้เจอว่าคนที่คุณสื่อสารด้วยนั้นต้องการอะไร และเริ่มต้นเป็นผู้ให้ก่อนที่จะเป็นผู้รับ

หนังสือยังเจาะลึกไปที่ **ความต้องการที่จะเป็นคนสำคัญ** ซึ่งเป็นความปรารถนาที่สำคัญมาก หากไม่มีความอยากนี้ มนุษย์ก็คงไม่สามารถพัฒนาก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้ได้ ถ้าไม่มีมัน ตอนนี้เราอาจจะยังหาอาหารกินตามป่า ล่าสัตว์เป็นอาหารก็เป็นได้ การที่เรารู้ว่าความต้องการที่อยากจะเป็นคนสำคัญของบุคคลนั้นไปในทิศทางใด เราอาจจะรู้นิสัยใจคอของเขาได้เลยทีเดียว

หนังสือยังเปรียบเทียบว่า คำยกย่องสรรเสริญนั้นเปรียบเสมือนอาหาร จะเป็นอย่างไรถ้าคุณเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่สามารถหาอาหารมาให้ครอบครัวได้เลย ครอบครัวจะรู้สึกหิวโหยขนาดไหน? แล้วถ้าเปรียบกับการทำงานล่ะ ถ้าคุณเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถให้แม้แต่คำชมต่อลูกน้องได้ ช่วงแรกเขาคงไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถ้านานขึ้นล่ะ คุณจะทำให้เขารู้สึกอย่างไร? ถ้าเงินเดือนที่คุณจ่ายในทุกเดือนเปรียบเสมือนอาหารที่สร้างความสุขทางกาย คำชมของคุณก็คือสิ่งที่ให้ความสุขทางใจแก่เขานั่นเอง

ผู้เชี่ยวชาญบางท่านยังบอกว่าการวิกฤตทางจิตใจส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการที่อยากเป็นคนสำคัญ แต่กลับล้มเหลว ทำให้สมองต้องสร้างวิธีการหลบหนีโดยการสร้างโลกอีกใบของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้ตัวเองได้สมหวังในสิ่งที่ต้องการ ในเมื่อคนเรามีความต้องการที่จะเป็นคนสำคัญจนกระทั่งอาจสูญเสียสติได้ โปรดคิดดูว่าสิ่งนี้มีคุณค่าขนาดไหน และจะเป็นการดีเพียงใดถ้าคุณสามารถให้สิ่งที่ผู้อื่นต้องการได้โดยที่คุณไม่ต้องเสียอะไรเลย

ใช่แล้ว สิ่งที่คุณจะให้เขาได้นั้นก็คือ **การชื่นชมและสรรเสริญอย่างจริงใจ** การกระทำนั้นไม่ต้องเสียอะไรเลย แต่ต้องมาจากใจของคุณจริงๆ เพราะถ้าไม่ได้ออกมาจากใจ คุณอาจกลายเป็นคนที่ดูปลอมเปลือกและขี้ประจบในสายตาเขาได้เลย ดังนั้น จงชื่นชมคนอื่นด้วยความจริงใจ ถ้าทำไม่ได้ อย่าชมเลยดีกว่า

การที่คุณจะชมคนอื่นจากใจจริงนั้น เริ่มต้นได้โดยการสนใจตัวเองให้น้อยลง และสนใจคนอื่นให้มากขึ้นนั่นเอง

ยกย่อง สรรเสริญ ให้กำลังใจ — ด้วยใจจริง

#วิธีชนะมิตรและจูงใจคน #การสื่อสาร #พัฒนาตัวเอง

5/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมเอง การเข้าใจความต้องการพื้นฐานของผู้อื่นนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงานหรือชีวิตส่วนตัว ครั้งหนึ่งผมได้ลองนำหลักการ "ความปรารถนาที่จะเป็นคนสำคัญ" ไปใช้กับทีมงานของผม พบว่าการให้คำชมและการยกย่องอย่างจริงใจแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็ช่วยเพิ่มแรงจูงใจและความรู้สึกผูกพันระหว่างกันอย่างเห็นได้ชัด อย่างที่บทความกล่าวไว้ การชมเชยที่มาจากใจจริงไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องทำด้วยความจริงใจและใส่ใจในตัวบุคคลนั้นจริง ๆ วิธีนี้ต่างจากการประจบหรือชมเพื่อหวังผลเพียงชั่วคราว เมื่อเราสนใจผู้อื่นมากกว่าตัวเอง เราจะสามารถสังเกตเห็นข้อดีหรือความพยายามของพวกเขา และยกย่องในสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ การใช้คำพูดที่ส่งเสริมและให้กำลังใจ ยังช่วยลดความเครียดและวิกฤตทางจิตใจที่บางครั้งเกิดขึ้นจากความรู้สึกด้อยค่าในสังคม เราทุกคนต่างต้องการความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับ การชื่นชมต่อกันจึงเป็นเสมือน "อาหารใจ" ที่เติมเต็มส่วนที่ลึกซึ้งในตัวมนุษย์ สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางพัฒนาทักษะการสื่อสาร ผมแนะนำให้ลองสังเกตตัวเองและคนรอบข้างว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ บ้าง และเริ่มต้นด้วยการให้ก่อนที่จะขอรับ การฝึกใจให้เห็นคุณค่าของผู้อื่นอย่างแท้จริงจะช่วยเพิ่มคุณภาพความสัมพันธ์และความสำเร็จในชีวิตอย่างยั่งยืนอย่างที่บทความนี้นำเสนออย่างน่าประทับใจ