Automatically translated.View original post

Who's using it? Tell me it's good. It suits people who are lazy to wear makeup!

Lazy cream. Really suitable for lazy people to make up.

I have time to make up. I only need to sleep.

Apply and not float, not stay long and nourish the skin.

Well, it's great. 😄# Lazy cream # Lazy cream

2025/9/15 Edited to

... Read moreหลายคนถามเหมือนกันว่า LAOLISHI คืออะไร แล้วเป็น “ครีมอะไร” กันแน่ จากที่เราใช้เองและลองสังเกตผลบนผิว (ไม่ได้อวยเกินจริงนะ) เรามองว่ามันคือครีมแนว “ครีมขี้เกียจทาหน้าใส” ที่ทำหน้าที่คล้ายเมคอัพเบส/โทนอัพแบบบางๆ สำหรับวันที่ไม่อยากลงรองพื้นหลายขั้นตอน ทาแล้วช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันทีแบบงานผิว ไม่ได้ขาวลอย คำถามถัดมาคือ LAOLISHI ช่วยเรื่องอะไร? สำหรับเรา จุดที่รู้สึกชัดคือ - ช่วยปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น: รอยแดง/ความหมองดูเบาลงนิดนึง ผิวดูไบรท์แบบธรรมชาติ - ช่วยให้หน้าดู “พร้อมออกจากบ้าน” ไว: เหมาะกับวันที่รีบ หรืออยากแต่งหน้าน้อยชิ้น - ความติดทน: ถ้าวันนั้นไม่ได้เจอเหงื่อหนักๆ เรารู้สึกว่ามันอยู่ได้ค่อนข้างนาน ไม่เป็นคราบง่าย - ฟีลบำรุง: ผิวไม่แห้งตึงหลังทา (อันนี้แล้วแต่สภาพผิวแต่ละคน) วิธีที่เราชอบใช้ให้ได้ผลสวยสุด 1) ลงสกินแคร์ให้ครบ โดยเฉพาะมอยส์เจอไรเซอร์ (ถ้าผิวแห้ง) แล้วรอให้ซึมก่อน 2) บีบครีมทีละนิด ค่อยๆ เกลี่ยจากกลางหน้าออกข้างๆ จะได้ไม่หนา 3) ถ้าจะให้เนียนขึ้น ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ กดเบาๆ ปิดงาน 4) วันไหนต้องออกแดด แนะนำให้ทากันแดดแยกก่อน แล้วค่อยลงครีมตัวนี้ (เพื่อความอุ่นใจ) เหมาะกับใคร? - คนที่ขี้เกียจแต่งหน้า/มีเวลาน้อย - คนที่ชอบลุคงานผิว ไม่อยากลงรองพื้นหนักๆ - คนที่อยากได้ครีมที่ทาแล้วไม่วอกไม่ลอย (แต่ควรลองปริมาณที่พอดีกับผิวตัวเอง) ข้อสังเกตเล็กๆ จากประสบการณ์เรา: ถ้าทาเยอะเกินไปอาจดูหนาได้ แนะนำเริ่มบางๆ ก่อน และถ้าผิวมันมากให้เซ็ตด้วยแป้งฝุ่นบางๆ จะช่วยให้ผิวดูแมตต์และทนขึ้น ส่วนเรื่องราคา เราเคยเห็นโปรประมาณ 8 หลอด 99.- เลยรู้สึกว่าคุ้มสำหรับคนที่อยากลองก่อน แต่แนะนำเช็กแหล่งซื้อให้ไว้ใจได้ และลองทดสอบการแพ้ที่ท้องแขน/กรามก่อนใช้ทั้งหน้าเสมอนะคะ