KIKO 103 ใช้อยู่อย่างนั้น #KIKO #kikomilano
ถ้าใครกำลังหา “ลิป KIKO 103” หรือ KIKO Unlimited Double Touch 103 Natural Rose แล้วลังเลว่าจะคุ้มไหม เราใช้สีนี้บ่อยมากระดับหยิบทาทุกวัน (แบบไม่เว้นวันหยุด) จนแท่งเยินจริง ๆ เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ให้ละเอียดขึ้น เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โทนสี 103 Natural Rose ของ KIKO Milano เป็นชมพูกุหลาบที่ดูธรรมชาติ ไม่จี๊ด แต่ก็ไม่ซีดจนกลืนกับสีปาก เหมาะกับวันที่อยากแต่งหน้าเบา ๆ หรือแต่งโทนสุภาพไปทำงาน/ไปเรียนแล้วให้ปากดูมีสีแบบ “my lips but better” ถ้าใครผิวโทนเหลืองจะได้ฟีลชมพูตุ่น ๆ ละมุนขึ้น ส่วนคนผิวโทนชมพูจะดูหวานขึ้นนิดนึง จุดเด่นของรุ่น Unlimited Double Touch คือเป็นลิป 2 ด้าน: ด้านสีแมตต์แบบติดทน + ด้านกลอสเคลือบเงา ขั้นตอนที่เราทำแล้วเวิร์กคือ 1) ทาด้านสีแมตต์บาง ๆ ก่อน ไม่ต้องหนามาก 2) รอให้เซ็ตตัวประมาณ 30–60 วินาที (สำคัญมาก) 3) ค่อยทากลอสทับบาง ๆ เพื่อให้ปากดูอิ่มและลดความแห้ง เรื่องความติดทน: ถ้าเป็นเครื่องดื่มทั่วไปยังอยู่ดี แต่ถ้ากินของมัน ๆ จะมีหลุดบริเวณด้านในปากบ้าง (เป็นปกติของลิปติดทน) ข้อดีคือสีที่เหลือจะยังดูไม่เป็นคราบง่าย ถ้าจะเติม แนะนำซับด้านในปากก่อนแล้วค่อยแตะสีเพิ่มเฉพาะจุด จะเนียนกว่าทาทับทั้งปาก สำหรับคนปากแห้ง: รุ่นนี้ติดทนก็จริง แต่ด้านแมตต์สามารถทำให้รู้สึกตึงได้ โดยเฉพาะวันที่ปากลอก เราแนะนำให้สครับปากเบา ๆ ตอนกลางคืน แล้วทาลิปมัน/มาสก์ปากก่อนนอน เช้ามาทาบาง ๆ ก็ช่วยให้ผิวปากเรียบขึ้น และเวลาทา 103 Natural Rose จะสวยเนียนกว่าเยอะ เหมาะกับใคร: คนที่อยากได้ลิปติดทน สีสุภาพ ใช้ง่าย ได้ทั้งลุคแมตต์และเงาในแท่งเดียว เหมาะมากสำหรับพกไปเติมระหว่างวัน อาจไม่เหมาะกับใคร: คนที่ไม่ชอบความรู้สึก “ลิปเซ็ตตัว” หรือชอบลิปฉ่ำตลอดเวลาแบบไม่ต้องรอแห้ง และคนที่แพ้กลิ่น/เนื้อสัมผัสลิปติดทนควรลองที่เคาน์เตอร์ก่อน สรุปจากคนใช้จนกลอสหมด: KIKO Unlimited Double Touch 103 Natural Rose เป็นสีที่หยิบใช้ได้บ่อยจริง ๆ ติดทนและดูแพงแบบธรรมชาติ ถ้าคุณกำลังมองหา “natural rose kiko” ที่ทาได้ทุกวัน ตัวนี้ตอบโจทย์มาก
























