One-Day Trip มาเที่ยวฝั่งธน ด้วยเรือไฟฟ้ากัน

อันนี้เราไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อน ๆ สามารถปรับเปลี่ยนบางสถานที่ได้น้า เป็น private tour อีกล่ะ ที่มีเฉพาะพวกเรา อาจจะเคยลงช่องทางอื่นมาแล้วแต่ทุกคนไม่ได้อ่านกัน

.

พวกเราได้ขึ้นเรือไฟฟ้ากันที่โกดังโรงสีง่วนไถ่ ซึ่งอยู่ในซอยเทอดไท 22 เป็นโรงสีอายุกว่า 100 ปีเลยทีเดียว ด้านหลังเขาติดแม่นํ้า พอดีที่นี่เป็นบ้านของพี่ที่รู้จัก เลยขึ้นเรือเพื่อเริ่มต้นทริปที่นี่กัน

🛥️ ส่วนเรือไฟฟ้าทริปเราใช้บริการของทาง “เรือไฟฟ้าสุขสำราญ Sun-powered Boat” สามารถติดต่อได้ทางเพจเขาได้เลย ซึ่งพี่ ๆ คนขับเขาเป็นมัคคุเทศก์ด้วย ขับไป บรรยายไป เราไปกันเกือบ ๆ 20 คน เลยใช้เรือ 2 ลำ

ด้วยความที่เป็นเรือรักษ์โลก ให้นำนํ้าดื่มมาเองนะ

หลังคาของเรือไฟฟ้าเป็นโซล่าเซลล์ด้วยนะ นั่งแล้วเงียบกริบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ใด ๆ

.

แล้วในทริปมีไปไหนบ้าง?

เพื่อน ๆ สามารถปรับแต่งกันได้เลยนะ

1️⃣ ถ่ายรูปพระใหญ่ที่วัดปากนํ้าภาษีเจริญ: เราไม่ได้เข้าไปในวัดน้า เราจะมาถ่ายรูปพระใหญ่กันที่บริเวณคลองด่าน ซึ่งเรามาชมก่อนประตูนํ้าเปิด ก่อนที่คนจะเยอะ

วัดปากนํ้าภาษีเจริญล้อมรอบด้วยคลองทั้ง 4 ด้านเลย ด้านที่เราถ่ายพระใหญ่กันคือคลองด่าน ที่เขาขับเรือเข้าไปเนอะ แล้วก็คลองบางกอกใหญ่ คลองภาษีเจริญ และมีคลองเล็ก ที่เป็นคลองแสดงอาณาเขตของวัดในสมัยก่อน

.

2️⃣ ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ้วง: เป็นศาลเจ้า 3 ขุนเขา ของชาวฮากก้า อายุกว่า 160 ปี ปัจจุบันไม่มีทางเข้าทางบก เข้าได้ทางเรือเท่านั้น ซึ่งทริปของเราได้เข้าไปเป็นกรณีพิเศษ

เข้าไปมีการไหว้ฟ้าดิน ไหว้ข้างนอก 5 ดอก จากนั้นปักธูปที่ประตูข้างละดอก จากนั้นไหว้อีกชุดนึง ไหว้ 3 มหาเทพด้านใน ปักธูปกระถางละ 3 ดอก การไหว้ขอพร ให้มองตรงไปที่ท่าน แล้วยืนตรงท่านด้วย ให้ท่านเห็นเรา เขาจะได้ให้พรถูกคน 555

ทริปนี้มีซาลาเปาเป็นของไหว้ พร้อมขนมเปี้ยะไส้ถั่วแดงไข่เค็ม ที่เพื่อนร่วทริปซื้อมาถวาย พร้อมแบ่งให้เพื่อน ๆ ร่วมทีมได้ทานกันด้วยล่ะ

ระหว่างนั้นมีเสี่ยงเซียมซีกันด้วย เมื่อเสี่ยงได้เลขที่ต้องการก็ต้องถามก่อนว่า ใบนี้ดีไหม ถ้าดีก็เอาเลขนี้ไปให้อาเจ๊กแกหยิบใบเซียมซีมาแปลให้ ซึ่งเป็นกระดาษสีชมพูเล็ก ๆ ยาว ๆ เป็นภาษาจีนทั้งหมด ซึ่งการเสี่ยงเซียมซีเป็นแค่คำทำนายเท่านั้นนะ

อาเจ๊กที่ดูแลศาลเจ้าแห่งนี้บอกว่า ที่นี่มีงานใหญ่ประจำปี ที่เปิดให้คนเข้าชมแบบเป็นทางการปีละ 3 วัน เป็นงานฉลองวันเทวสมภพองค์ซำซัวก๊กอ๊วง เข้ามาซอยรัชดาภิเษก 25 ได้ แล้วก็มีงิ้วมาแสดงด้วยนะ

.

3️⃣ ชุมชนริมคลองบางหลวง: เรามาทานข้าวเที่ยงที่นี่กัน ระหว่างทางผ่าน MRT บางไผ่ด้วย เขาเล่าว่ามีลูกค้าบางคนกลับ MRT ก็จะจอดให้ตรงท่าเรือตรงนั้น

อาหารเที่ยงเราทานที่ร้านครัวคุณอ๋อย ซึ่งอยู่ที่ชุมชนริมคลองบางหลวง อาหารทริปเราได้สั่งล่วงหน้าแล้ว และได้นั่งในส่วนคาเฟ่ด้านใน ที่มีแอร์เย็น ตอนแรกจะสั่งขนมจีนปลาซ่อน แต่ตอนนั้นทางร้านไม่ได้ทำเลยอดทานเลย เลยเลือกเป็นข้าวไข่ข้นปูแทน

จากนั้นก็เดินย่อยโดยการเดินดูรอบชุมชนริมคลองบางหลวง ซึ่งที่นี่คนมาทำกิจกรรมศิลปะกันเยอะมาก ๆ ยอดฮิตเลย มีหลายร้าน เราได้เข้าไปที่บ้านพึ่งศิลป์ วัยรุ่นมาทำกิจกรรมอย่างร้อยลูกปัด วาดรูปกันเยอะมาก ส่วนชั้นสองมีร้านชา และของขายด้วย ถ้าข้างล่างเต็มก็ขึ้นมาทำข้างบนได้นะ

แต่เราลืมเดินไปอีกฝั่ง ตรงวัดกำแพงบางจาก ตรงนั้นมีตลาดนัดด้วย

.

4️⃣ วัดราชโอรส: ชมศิลปะวัด งาน masterpiece ของ รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นสไตล์จีน

การดินทางย้อนไปทางคลองบางกอกใหญ่ เข้ามาที่คลองด่าน แล้วตรงไปที่คลองบางขุนเทียน ผ่านหลาย ๆ วัด เช่น วัดอัปสรสวรรค์, วัดนางชี วัดใหญ่ยายนุ้ย ถ้าใครกลับ BTS เขาจะจอดที่ท่าเรือวัดนี้ แล้วเดินไปที่ BTS วุฒากาศ ประมาณ 100 เมตร

สถานที่สักการะของพรที่วัดราชโอรสมี 4 จุดด้วยกัน แต่เราไปกันตรงกลางก่อน แล้วมาฝั่งซ้าย และจบที่ฝั่งขวา เอ้องงอยู่แต่ก็เข้าใจได้แหละ

พอเข้ามาตรงกลางก็เป็นพระอุโบสถ จุดเด่นคือมีตุ๊กตาจีนเฝ้าประตู

ด้านในก็เป็นวิหารพระนอน มีคนมาถวายหมอนกัน เพราะพระนอน ต้องมีหมอนเนอะ

บริเวณรอบข้างเป็นที่เก็บกระดูก มีเป็นเจดีย์ และที่ฐานพระ

ต่อมาไปฝั่งซ้าย เป็นวิหารพระนั่ง ตรงนี้จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ปิดทอง เสี่ยงเซียมซีได้ และมีหมามาเดินด้วย

และมาที่ฝั่งขวา วิหารพระยืน ตรงนี้ประตูเป็นหินเก่า มีการคํ้าไว้ไม่ให้มันหล่นลงมา

ข้าง ๆ มีประตู ข้างในมีพระพุทธรูปอื่น ๆ ตั้งอยู่

.

5️⃣ สวนภูมิใจ: อากาศร้อน ๆ แบบวันนี้ ต้องแวะไปที่เย็น ๆ เสียหน่อย ที่นี่มีต้นลิ้นจี่เก่าแก่ เพราะเคยเป็นสวนลิ้นจี่มาก่อน มีคาเฟพร้อมจิบกาแฟ ทานเค้กยามบ่าย แล้วนักท่องเที่ยวมากันเยอะมาก และบรรยากาศดี

ระหว่างมาที่นี่มีพูดคุยเรื่องโลกร้อนด้วย เมื่อก่อนประเทศไทยฝนตกบ่อย ตกเป็นวัน อากาศหนาวนาน แต่พอมีโลกร้อนทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนไป อย่างลิ้นจี่ที่เขาติดดอกเมื่ออากาศเย็น ทำให้ผลผลิตน้อยลงมาก ผลผลิตกลับมาเยอะหลังปีนํ้าท่วมใหญ่ ปี 2557 เพราะอากาศตอนนั้นเริ่มกลับมาปกติ จากนั้นอากาศก็ร้อนขึ้นอีกจนตอนนี้ มีการประเมินว่าถ้ากรุงเทพฝนตกแบบสองวันติด นํ้าอาจจะท่วมใหญ่ได้

ระหว่างนี้ก็สั่งเค้กมาทาน เราเลือกเป็นเค้กชาเขียว ราคา 140 บาท มี layer เป็นถั่วแดงกวน รสชาติไม่ค่อยหวานมาก แต่ก็ไม่ค่อยเข้มชาเขียวขนาดนั้น มีสตอเบอร์รี่หวานเปรี้ยวเป็นรสชาติมาตัดกัน พร้อมกับ Dirty ราคา 120 บาท นมเย็นเหมือนผสมคาราเมลหน่อยนึง พร้อมเอสเปรสโซ่ซ็อต เป็นครั้งแรกที่กินแบบ Dirty เลย ดีแล้วที่เป็นเครื่องดื่มเย็น จะได้คลายร้อน5555 รสชาติทานง่ายดีเนอะ เหมือนนํ้าเปล่าติดหวานนิดนุง

ที่นี่สามารถขับรถมาได้ มาที่ซอยพระราม2 ซอย 28 แยก 18 ได้เลย

.

จากนั้นเป็นการ random นั่งเรือยาว ๆ ไปทางคลองดาวคะนอง ผ่านแถวก่อนถึงแยกมไหสวรรย์ ย่านจอมทอง

แล้วรอประตูนํ้าเปิด ที่สถานีสูบนํ้าคลองดาวคะนอง ระดับนํ้าลงกว่าเดิมประมาณนึง เขามีประตูสองชั้น เราเข้าไปประตูข้างหน้าจะปิด พอเขาเปิดประตูให้เรา ประตูข้างหลังจะปิดเนอะ เส้นทางพาเราท่องโลกใบใหญ่ คือไปที่แม่นํ้าเจ้าพระยานั่นเอง และเราต้องใส่ชูชีพด้วยนะ เพื่อความปลอดภัย

จากนั้นเรือสองลำก็แล่นขนานกันแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะคลองไม่ได้ใหญ่มาก ต้องแบ่งเลนให้เรืออื่นไปได้ด้วย และมีการถ่ายรูปแลกเปลี่ยนด้วยนะ

ผ่านจุด landmark ต่าง ๆ อย่าง เอเชียทีค, ไอคอนสยาม, River City, ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาแรก, กรมเจ้าท่า, โรงแรมลอยละล่อง

ระหว่างทาง ด้วยความที่เป็นแม่นํ้าใหญ่ แล้วเรือเยอะ ทำให้เรือไฟฟ้าเล็ก ๆ ของเราโคลงไม่เป็นจังหวะ เนื่องจากคลื่นนํ้ากระทบฝั่ง แล้วกระทบเรือ ไม่เป็น pattern กัน มีการเมาเรือกันบ้าง

ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน มีคาเฟ่ตั้งง่วนฮะตั้งอยู่ ตอนแรกว่าจะมาที่นี่ แต่ไม่น่าทันแล้วแหละ

และสุดท้ายเรามาที่ประตูนํ้าอีกที่หนึ่ง คือแถววัดกัลยาณ ตรงนี้เรามากันเกือบไม่ทัน เพราะมีเพื่อน ๆ เรือหางยาวมากันเยอะมาก แต่พี่ ๆ ทุกคนก็ช่วยกันให้ทุกคนสามารถผ่านรอบนี้ไปได้ แล้วพี่ ๆ เขารู้จักกันด้วยนะ พูดคุยถามไถ่ว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง

เมื่อผ่านประตูนํ้านี้ เข้าคลองบางกอกใหญ่เพื่อกลับโกดังโรงสีง่วนไถ่ เพื่อแยกย้ายกลับบ้านกัน และมีอีกจุดนึงที่เพื่อน ๆ รอถ่ายรูป นั่นคือวิววัดปากนํ้าที่มีสะพานพาดนั่นเอง

จบทริปนี้ด้วยเวลาหกโมงเย็น ด้วยความที่อากาศร้อน ทุกคนเหนื่อย ๆ กัน เลยแยกย้ายกันกลับบ้าน

โดยรวมทริปนี้สนุกสนานนะ ช่วง random คือสนุกสุดล่ะ 5555555 แล้วทริปนี้ได้ไปสถานที่สำคัญ ๆ ทั้งนั้นเลย เรียกได้ว่าของดีฝั่งธน ถึงแม้ว่าเรามาไม่ทันร้านข้าวเหนียวมะม่วงตรงวัดราชโอรสก็ตาม 555

ปล. พอมา check timeline ทั้งหมด พบว่าเราใช้เวลาล่องแม่นํ้าใหญ่ จากสวนภูมิใจ มาถึงที่หมาย ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาทีด้วยกัน

#onedaytrip #ภารกิจปั้นครีเอเตอร์ไฟแรง #ปักหมุดกินเที่ยว #วันหยุดไปไหนดี #ที่เที่ยวกรุงเทพ

8/26 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่ผสมผสานประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และความสงบ ทริป One-Day Trip ล่องเรือไฟฟ้าฝั่งธนนี้เป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องมากๆ การล่องเรือไฟฟ้ารักษ์โลกแบบนี้ นอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้ว ยังทำให้ได้ฟิลลิ่งที่เงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติแบบแท้จริง จากประสบการณ์ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสำคัญช่วงฝั่งธน ช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดคือตอนผ่านประตูนํ้า ที่เขาใช้ประตูสองชั้นควบคุมน้ำแบบโบราณซึ่งน่าสนใจมาก และบรรยากาศที่ได้เห็นตึกเก่าๆ รวมถึงสถานที่สำคัญอย่างเอเชียทีค ไอคอนสยาม หรือแม้แต่โรงแรมลอยละล่องที่เปลี่ยนแปลงวิวริมแม่น้ำได้อย่างน่าตื่นตา การแวะชมวัดปากน้ำภาษีเจริญ และศาลเจ้าซำซัวก๊กอ้วงที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี เติมความรู้เรื่องศิลปะและวัฒนธรรมชาวฮากก้าได้อย่างเต็มที่ ผมชวนให้ลองเสี่ยงเซียมซียามเข้าไปด้วย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกพิเศษและเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างลึกซึ้งจริงๆ สำหรับสายกิน ร้านครัวคุณอ๋อยในชุมชนริมคลองบางหลวงถือว่าตอบโจทย์มาก ทั้งเมนูที่อร่อย และบรรยากาศในคาเฟ่แอร์เย็นนั่งสบาย หลังอาหารยังได้เดินชมงานศิลปะรอบชุมชนที่เรียกว่าน่าสนใจและมีชีวิตชีวาโดยที่ได้เห็นเด็กๆ ทำกิจกรรมศิลปะอย่างมีความสุข และอย่าลืมแวะสวนภูมิใจ ที่นอกจากจะได้พักผ่อน ชื่นชมสวนลิ้นจี่เก่าแก่และจิบกาแฟเค้กชาเขียวหวานน้อยแล้ว ยังได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบจากโลกร้อนที่เปลี่ยนบรรยากาศของพื้นที่นี้ในอดีตไปอย่างเห็นภาพจริง ข้อดีอย่างหนึ่งของทริปนี้คือความยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือเพิ่มจุดแวะตามความชอบของกลุ่มได้ รวมทั้งได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำอย่างแท้จริง และได้สนุกสนานล่องเรือแบบชิลๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถ้ามีโอกาส ผมแนะนำให้ลองประสบการณ์นี้สักครั้ง วันหยุดนี้อาจจะได้พบกับความสุขเรียบง่าย และความประทับใจที่ไม่เหมือนใครในกรุงเทพมหานครฝั่งธนนะครับ