Automatically translated.View original post

With the disease of British Shorthair,

Today we're going to talk about the fat British cat we raised.

To be useful to friends who want to raise this cat.

"Casper," a 4-year-old British Shorthair.

Eat well, run less (but if you can play, run is the strongest power)

Super hot, but like to go to sunbathe, have to wait to turn on the air.

For 24 hours a day or else will pretend to hang like a dog, hahahaha

📍 to be careful. Confused.

This cat is tight-haired, very thick-haired, has to be careful about skin diseases.

Cat fungus The more humid the weather, the more careful it is to keep an eye on his hair.

And the other disease is bladder inflammation.

Casper was twice, a cat that ate a lot of water, and the house had four spots of water.

Too high a pro can contribute to disease. You have to choose a slightly less protein diet from 42% protein to 31%.

About cat food, Casper is a cat with a very easy diarrhea, changing the food that has to wait to see if it can be eaten, and the cat candy licks and chooses again until it finds the right place for him.

Will come to review the cat food that my son used to eat again

# Fat cat # Cute cat # britishshorthair # Cat raising closed system

# Orange cat

2025/10/13 Edited to

... Read moreหลายคนทักมาถามว่า “บริติชช็อตแฮร์อารมณ์เป็นยังไง” เลี้ยงยากไหม ดุไหม—จากที่บ้านเราเลี้ยงแคสเปอร์ (บริติชช็อตแฮร์สีส้ม) สิ่งที่รู้สึกชัดคือเค้าเป็นแมวที่นิ่งๆ สุขุม แต่ไม่ได้เฉยชานะ จะมีช่วงที่อยากเล่นแล้วพลังมาเต็มมาก วิ่งทีคือสุดแรงเกิด แล้วก็กลับไปนอนต่อเหมือนเดิมค่ะ บางวันเหมือนทำหน้าบึ้งๆ ตลอดเวลา (หน้าทรงบริติชช่วยมาก) แต่จริงๆ คืออารมณ์โอเค ไม่ได้งอแง แค่ชอบทำหน้า “ไม่อิน” เฉยๆ อีกคำถามที่เจอบ่อยคือ “แมวสีน้ำตาล” หรือโทนช็อกโกแลตของบริติช/สก็อตติชต่างกันยังไง เวลาเลือกดูให้สังเกตแสงขนค่ะ บางตัวในร่มจะดูเป็นน้ำตาล แต่พอโดนแดดจะออกทอง/ส้มชัด (แบบแคสเปอร์เรา) ถ้าอยากได้สีน้ำตาลจริงๆ ควรขอดูรูปในแสงธรรมชาติหลายๆ มุม และดูสีจมูก/อุ้งเท้าประกอบด้วย จะช่วยลดโอกาส “สีไม่ตรงใจ” ตอนโตค่ะ ส่วนคนที่ลังเลระหว่าง “บริติชช็อตแฮร์ vs พันธุ์แมวสก็อตติช” (Scottish Fold/Scottish Straight) บ้านเรามองว่าโทนบุคลิกคล้ายกันตรงที่เป็นแมวบ้านๆ น่ากอด แต่สก็อตติชโดยเฉพาะหูพับควรใส่ใจเรื่องข้อ/กระดูกมากเป็นพิเศษ เลือกฟาร์มที่ตรวจสุขภาพพ่อแม่แมวชัดเจนและไม่ผสมหูพับกับหูพับ ส่วนบริติชจุดที่บ้านเราต้องระวังคือความอ้วน (กินเก่ง) และความขี้ร้อน—ถ้าบ้านอับหรืออากาศชื้น จะเสี่ยงปัญหาผิวหนัง/เชื้อราได้ง่ายขึ้น ทริคดูแลที่เราใช้แล้วเวิร์กคือ 1) เช็ก “อารมณ์/พฤติกรรม” ทุกวัน: ถ้าวันไหนซึม หลบมุม เลียตัวถี่ เกาจนขนร่วงเป็นหย่อมๆ ให้รีบดูผิวหนังและพาไปหาหมอ 2) เรื่องกระเพาะปัสสาวะ: ต่อให้น้องกินน้ำเก่งก็ยังเป็นได้ ลองแบ่งอาหารเป็นมื้อๆ ลดอาหารโปรตีนสูงเกิน/เค็มเกิน และสังเกตการเข้ากระบะ (ฉี่บ่อย ฉี่น้อย มีเลือด หรือร้องตอนฉี่) 3) ลดความชื้นในบ้าน: เปิดแอร์/พัดลม ระบายอากาศ ซักที่นอนแมวสม่ำเสมอ และหวีขนช่วยลดการอับชื้นใต้ขนแน่นๆ สรุปคือบริติชช็อตแฮร์เป็นแมวที่เลี้ยงแล้ว “ฟีลเพื่อนร่วมห้อง” มากกว่าแมวสายติดแจ—นิสัยดี น่าฟัด แต่ต้องใส่ใจเรื่องอ้วน ความร้อน และสังเกตอาการเจ็บป่วยเร็วๆ ค่ะ