Automatically translated.View original post

💗✨One thousand baht 2025, what use do you buy?? Let's see!!!

2025/8/4 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังจะ “ซื้อของใช้เข้าบ้าน” แล้วอยากคุมงบให้ได้ประมาณ 1,000 บาท (แบบที่ยังได้ของจำเป็นครบ) อันนี้เป็นวิธีที่เราทำแล้วเวิร์กมาก โดยเฉพาะเวลาของหมดหลายอย่างพร้อมกัน 1) เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน (กันซื้อเกิน) เราแบ่งเป็น 3 หมวดแล้วติ๊กของที่ “หมดจริง” เท่านั้น - ของทำความสะอาด: น้ำยาล้างจาน, น้ำยาล้างห้องน้ำ/พื้น, สเปรย์ดับกลิ่น - ของกระดาษ: กระดาษทิชชู่/กระดาษอเนกประสงค์ - ของส่วนตัว: ผ้าอนามัย (อันนี้หลายบ้านลืมบ่อย แต่จำเป็นมาก) ทริคคือให้เขียนจำนวนที่ต้องซื้อ เช่น “ทิชชู่ 1 แพ็กพอ” จะช่วยไม่เผลอหยิบเพิ่ม 2) จัดลำดับความสำคัญแบบ 70/20/10 เวลาเงินจำกัด เราแบ่งงบประมาณประมาณนี้ - 70% ของจำเป็นที่ใช้ทุกวัน: น้ำยาล้างจาน + ทิชชู่/กระดาษอเนกประสงค์ + ผ้าอนามัย - 20% ของทำความสะอาดเฉพาะจุด: น้ำยาล้างห้องน้ำ/ขัดพื้น - 10% ของเสริมเพื่อความสบายใจ: สเปรย์ดับกลิ่น หรือของชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ต่อให้เกินนิดหน่อยก็ยังไม่กระทบของจำเป็นหลัก 3) เลือก “ขนาดคุ้ม” ไม่ใช่ “ใหญ่สุด” หลายคนคิดว่าไซซ์ใหญ่คุ้มเสมอ แต่ถ้างบ 1,000 บาท เราเลือกไซซ์กลางที่ใช้ได้หลายสัปดาห์ก่อน เพราะจะทำให้เหลืองบไปซื้ออย่างอื่นให้ครบลิสต์ เช่น ทิชชู่ 1 แพ็ก + น้ำยาล้างจาน 1 ขวด + น้ำยาล้างห้องน้ำ 1 ขวด แบบนี้รู้สึกคุมง่ายกว่า 4) เช็คราคา/โปรหน้าชั้นก่อนจ่ายเงิน เราจะเดินวนดูโปรก่อน แล้วค่อยหยิบจริง โดยเฉพาะหมวดกระดาษทิชชู่และผ้าอนามัยที่มักมีโปรเป็นช่วงๆ ถ้าเจอแบบ “แพ็กคู่/ลดบาท” จะช่วยให้ได้ของมากขึ้นในงบเดิม 5) กันงบเผื่อของที่จำเป็นแต่ลืมเสมอ เราเผื่อไว้สัก 50–100 บาท เผื่อเจอของที่บ้านขาดแบบไม่รู้ตัว เช่น ถุงขยะ ฟองน้ำล้างจาน หรือกระดาษอเนกประสงค์หมดพอดี จะได้ไม่ต้องตัดรายการหลักออกตอนถึงแคชเชียร์ สรุปจากประสบการณ์: ถ้าตั้งเป้าไปซื้อของใช้เข้าบ้านงบ 1,000 บาท ให้ “ลิสต์ก่อน-แบ่งหมวด-ยึดของจำเป็น” แล้วค่อยเติมของเสริมอย่างสเปรย์ดับกลิ่นตามงบที่เหลือ แบบนี้ได้ของครบและอยู่ได้หลายสัปดาห์จริงๆ