Automatically translated.View original post

Don't waste any more time.

Half is worth it. 💥💥

But after work, see a long line of discouragement (want to go home quickly) 😂😂

🌟 Mint, use the way to buy 2 tickets in the morning. Very convenient ✅. Stop working, touch out. ✅

P.S. Must be used within that day.

Has anyone used this method too? 👋👋

# Half each plus # Give out tricks # Half each # MTR mrt # Lemon 8 Howtoo

2025/11/6 Edited to

... Read moreใครที่เจอปัญหา “เลิกงานแล้วคนเยอะ แถวยาว” ที่สถานีรถไฟฟ้า (โดยเฉพาะช่วงมีโปร/คนละครึ่งพลัส) เราว่าวิธีช่วยเซฟเวลาได้จริงคือเตรียม Single Journey Card (บัตรโดยสารเที่ยวเดียว) ไว้ล่วงหน้า Single Journey Card คือบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียวของ MRT ใช้สำหรับเข้า-ออกระบบตามเที่ยวที่ซื้อไว้ เหมาะมากกับคนที่ไม่ได้ใช้ MRT ทุกวัน หรือใช้บางวัน แต่ไม่อยากต่อคิวซื้อบัตรช่วงพีคไทม์ ทริคที่เราทำเป็นประจำ 1) ตอนเช้าหรือช่วงคนไม่เยอะ (ก่อนเข้างาน/สายๆ/ก่อนเที่ยง) แวะซื้อ Single Journey Card “2 ใบ” ไปเลย 2) ใบแรกใช้สำหรับเที่ยวเช้า (หรือเที่ยวที่กำลังจะเดินทาง) 3) ใบที่สองเก็บไว้ใช้ตอนเย็น ช่วงเลิกงานจะได้ไม่ต้องไปยืนต่อคิวหน้าตู้/หน้าช่องขายตั๋ว ข้อดีที่รู้สึกได้ทันที - ประหยัดเวลา: ตัดขั้นตอนต่อแถวซื้อบัตรออกไปเลย โดยเฉพาะวันที่คนแน่นๆ - ลดความเครียด: เวลากำลังรีบกลับบ้าน แค่หยิบบัตรที่เตรียมไว้แล้วเดินเข้าช่องทางได้เลย - ใช้ได้กับวันที่มีคนใช้สิทธิ์เยอะ: บางช่วงแถวจะยาวเป็นพิเศษ การเตรียมบัตรไว้ช่วยได้มาก ข้อควรรู้ก่อนทำตาม - บัตรเที่ยวเดียวส่วนใหญ่ “ต้องใช้ภายในวันนั้น” ตามที่เราเจอและเขียนเตือนไว้เลย เพราะงั้นซื้อเผื่อแค่ 1 วันพอ อย่าซื้อเผื่อข้ามวัน - เก็บบัตรให้ดี: ใส่กระเป๋าสตางค์/ซองบัตรแยกไว้ จะได้ไม่หล่นหายตอนคนเยอะ - ถ้าแพลนเปลี่ยน: ถ้าวันนั้นไม่ได้ใช้ MRT แล้วมีบัตรเหลือ อาจกลายเป็นเสียเที่ยวได้ ดังนั้นเหมาะกับวันที่มั่นใจว่าจะได้ใช้แน่นอน ทริคเล็กๆ เพิ่มเติมจากประสบการณ์ ถ้ารู้ว่าวันไหนเลิกงานดึกหรือมีนัดต่อ ให้ซื้อบัตรเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนเช้าเลย เพราะช่วงเย็นไม่ใช่แค่แถวยาว แต่บางทีตู้กดบัตรคนรุมเยอะ กดช้ากว่าปกติด้วย ใครเคยใช้วิธีซื้อ Single Journey Card ไว้ 2 ใบเหมือนกันบ้าง หรือมีทริคเลี่ยงคิวแบบอื่น มาแชร์กันได้นะ