ความลับของโรงเรียน⭐️⭐️⭐️ 🥣 วัตถุดิบ

• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ที่บ่มแล้ว)

• ผ้าขาวบาง / กระดาษกรองกาแฟ / กระชอนตาถี่

• ภาชนะรองน้ำ

👩‍🍳 วิธีทำ

1. วางผ้าขาวบาง2ชั้นบนที่กรอง/กระชอน แล้ววางกระชอนบนชาม

2. เทโยเกิร์ตลงไป

3. ห่อผ้าให้มิด แล้วแช่ตู้เย็น

4. กรอง 6–12 ชม.

• 6–8 ชม. = เนื้อนุ่มครีมมี่

• 10–12 ชม. = เนื้อแน่นพรีเมียม

5. เทน้ำใสๆ (whey) ที่แยกออกทิ้งหรือเก็บไว้ทำสมูทตี้

✨ เคล็ดลับความเริ่ด

• แช่กรองในตู้เย็นตลอด (สะอาด ปลอดภัย)

• ลวกอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อนก่อนใช้

• อยากมันนัวร์ขึ้น เติมวิปครีม 1–2 ช้อนโต๊ะตอนคนเนื้อ

• แช่เย็นก่อนขาย/เสิร์ฟ เนื้อจะฟูแน่นขึ้น

2/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ลองทำโยเกิร์ตกรองเองที่บ้าน พบว่าการเลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่บ่มไว้อย่างดีเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตนั้นจะช่วยให้เนื้อโยเกิร์ตที่กรองมีความข้นและรสชาติดีขึ้น สำหรับการกรองโยเกิร์ต การใช้ผ้าขาวบาง 2 ชั้นรองในกระชอนนั้นช่วยให้เนื้อโยเกิร์ตไม่ไหลเลอะเทอะและกรองน้ำออกมาได้ดี เมื่อนำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 6-12 ชั่วโมง จะได้เนื้อที่มีความแตกต่างกันตามเวลาที่กรอง: 6-8 ชั่วโมง จะให้เนื้อนุ่มครีมมี่ เหมาะสำหรับทานง่าย ส่วน 10-12 ชั่วโมง จะได้เนื้อแน่นขึ้น เหมาะสำหรับทำขนมหรือเสิร์ฟในงานพิเศษ น้ำใส ๆ ที่แยกออกมา (whey) สามารถนำไปใช้ทำสมูทตี้หรือเครื่องดื่มสุขภาพได้ด้วย ทำให้ไม่เสียของและเพิ่มมูลค่าให้โยเกิร์ตบ้านเรานี้ สิ่งที่ควรระวังคือการทำความสะอาดและลวกอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อนก่อนใช้งาน เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันการเกิดแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้การเติมวิปครีม 1-2 ช้อนโต๊ะตอนคนเนื้อช่วยเพิ่มความมันนัวร์ให้โยเกิร์ต และเมื่อนำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ จะทำให้เนื้อโยเกิร์ตฟูและมีความแน่นขึ้น การทำโยเกิร์ตกรองที่บ้าน ถือเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้เราควบคุมคุณภาพและรสชาติของผลิตภัณฑ์ได้เอง อีกทั้งยังปลอดภัยและประหยัดกว่าการซื้อบริโภคข้างนอกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งสูตรให้เหมาะกับความชอบ เช่น เพิ่มผลไม้สด ผสมน้ำผึ้ง หรือเมล็ดเจีย เพื่อสร้างสรรค์โยเกิร์ตสูตรเฉพาะตัวได้ตามต้องการ