เทสระบบโต่วอิน เป็นองค์หญิงกำมะลอ เจอกัน📍ปักกิ่ง🇨🇳

ได้เวลาเทสระบบโต่วอินกันสักที ที่นี่เมืองหลวงของเมืองจีนกรุงปักกิ่ง

คิดว่าคงมีหลายๆคนที่เด็กๆต้องเคยวาดที่คาดผมแบบองค์หญิงกำมะลอเสี่ยวเยี่ยนจื่อแน่นอน อย่างน้อยก็เราคนนึง🫢

ครั้งนี้เราใช้เวลาที่ปักกิ่งทั้งหมด 4 คืน เดินทางในช่วงเดือนตุลาคม อากาศกำลังเย็นสบายอยู่ที่ประมาณ 10-20 องศา ค่อนไปทางหนาวนิดหน่อย โดยเลือกที่พักที่ถนนเฉียนเหมินเพราะว่าอยากจะลืมตาขึ้นมา อยากจะกินอะไรก็กิน อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อ ค่อนข้างสะดวกสบาย แล้วก็ใกล้รถไฟฟ้า

ราคาโรงแรมในเมืองหลวงก็สูงกว่าเมืองรอบนอกอื่นๆอยู่พอประมาณ เราได้ห้องพักราคาประมาณ 2,000 บาทต้นๆ แต่ก็แลกมาด้วยทำเลที่สะดวกสบายมาก ( ห้องพักคุณภาพใกล้เคียงกันที่เราเพิ่งพักที่มองโกเลียในอยู่ที่คืนละแค่ 800 บาทเท่านั้น) โดยรวมห้องดีระบบทันสมัย ชักโครกเป็นแบบอัตโนมัติ ม่านอัตโนมัติระบบไฟทั้งห้องเป็นแบบศูนย์กลางทั้งหมด

แน่นอนเราก็ต้องตามเก็บ Landmark ในกรุงปักกิ่ง เริ่มต้นด้วย 📌 พระราชวังฤดูร้อน ที่นี่ค่อนข้างออกไกลจากเมืองนิดนึงเราก็เรียก Didi ไป

ข้างในกว้างขวางมากแล้วก็อาจจะต้องใช้แรงนิดนึง เพื่อจะปีนขึ้นไปบนตึกหลัก ซึ่งต้องเดินบันไดค่อนข้างเยอะประมาณนึง แต่โดยรวมวิวคุ้มค่ากับการเดิน ถ้าใครมีเวลาก็แนะนำว่า เดินขึ้นไปสักครั้งไปมองเมืองปักกิ่ง พร้อมกับมองทะเลสาบคุนหมิงไปพร้อมกัน ก็ฟินไปอีกแบบ

และแน่นอนเราก็ต้องไป 📌สวนสนุก Universal Studio Beijing สำหรับเราถือว่าโชคดีเพราะวันที่เราไปคนค่อนข้างน้อย ใช้เวลาต่อคิวเครื่องเล่นไม่นานนานสุดก็แค่ 50 นาทีส่วนเครื่องอื่นๆเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้นแฮรี่ก็คือสามารถเดินเข้าไปได้เลยแทบไม่ต้องรอเลย

อีกแลนด์มาร์คที่เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็คือกำแพงเมืองจีน รอบนี้เราเลือกด่านที่จะเดินทางง่ายๆโดยไปที่ 📌ด่านป่าต้าหลินโดยใช้รถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ลงจากรถไฟแล้วก็สามารถซื้อตั๋วกระเช้าแล้วก็ขึ้นกำแพงได้เลย รอบนี้เป็นการมากำแพงครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเราเคยไปขึ้นจากฝั่งตะวันตกแล้วรอบนี้ก็ถือว่ามาเก็บบรรยากาศจากฝั่งตะวันออกบ้าง ฝั่งนี้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ แต่โดยส่วนใหญ่ 90% ก็ยังเป็นคนจีน การเที่ยวกำแพงต้องใช้แรงค่อนข้างมากเนื่องจากทางเดินค่อนข้างชันแล้วต้องขึ้นบันไดเยอะ เราไม่ได้เดินไปไกลมากเดินอยู่แค่ป้อมใกล้ๆแล้วก็ใช้เวลาข้างบนอยู่ประมาณ 1ชั่วโมงนิดๆเท่านั้น

👰‍♀️อีกวันแพลนเราคือเข้าพระราชวังต้องห้าม โดยวันนี้เราตั้งใจจะ เทสระบบโต่วอินไปเป็นองค์หญิงกำมะลอซักครั้งในชีวิต โดยร้านเช่าชุดจะอยู่ที่ตึก 📌 Wangfu Century ทุกคนสามารถปัก Map ใน AMap ไปได้เลย Map ตรงไปไม่ยาก ทั้งตึกจะเป็นร้านสำหรับแต่งหน้าแล้วก็เช่าชุดทั้งหมดเลย เลือกร้านเลือกสไตล์ที่เราชอบเลือกชุดได้เลย แต่ว่าร้านที่เราไปอยู่ชั้น 3 ห้อง 307 B ราคาที่เราได้คือ 218 หยวนแล้วยังมีเงินมัดจำชุดอีก 500 หยวนได้จะได้คืนตอนคืนชุด

👻ใช้เวลาแต่งหน้าทำผมอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จ สำหรับเราค่อนข้างประทับใจ โดยรวมแล้วการแต่งหน้าทำผมก็ถือว่าทำได้ดี เราก็แอบ จำวิธีแต่งหน้าของเขามาเหมือนกัน เอามาใช้กับตัวเอง ที่ตกใจที่สุดก็คือเขาใช้สีชมพูในการเขียนคิ้ว ซึ่งมันก็คือได้นะ!! มันไม่แปลกขนาดนั้นแล้วก็ดูเข้ากับอย่างอื่นได้ดีด้วย

🤟ขอยกย่องการสกิลการติดขนตาล่างทำได้ธรรมชาติมาก

ในพระราชวังต้องห้ามกว้างมาก เราใช้เวลาอยู่ข้างในประมาณ 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว รวมถ่ายรูปไม่หยุด

อีกทั้งยังมีส่วนจัดแสดงที่แยกจากค่าตั๋วต่างหากอีก 2 จุด ซึ่งค่าเข้า 2 ที่นี้จะอยู่ที่ที่ละ 10 หยวน เราแนะนำว่าถ้าใครไปแล้วก็แวะเข้าไปชมก็ดีเป็นห้องจัดแสดงสมบัติที่เป็นนาฬิกาเครื่องบรรณาการจากต่างประเทศ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นสมบัติของพระราชวังซึ่งก็สวยและก็น่าประทับใจ

เราจองตั๋วพระราชวังต้องห้ามใน Trip.com โดยเรากดซื้อรอไว้ได้เลยเพราะถึงเวลาที่ตั๋วเปิดจองระบบก็จองให้เราอัตโนมัติ ได้ตั๋วล่วงหน้าประมาณ 7 วัน

อีกวันเป็นวันว่างเพื่อจะตามเก็บสถานที่ต่างๆเราก็เลยแวะไปที่ Sanlitun แวะคาเฟ่ เดินเล่นนิดหน่อยและไปต่อที่ถนน Wangfujing

การกินตลอดทริปไม่มีอดอยาก เนื่องด้วยเราพักที่ถนนเฉียนเหมิน ก็ค่อนข้างสะดวกกับการร้านหาร้านอาหารที่ค่อนข้างหลากหลาย รวมถึง Street Food มีเยอะแยะให้เราเลือกกินไม่หยุด แนะนำสุดๆคือโยเกิร์ตอร่อยมากเนื้อแน่นเนียนนุ่มเรากินเกือบทุกคืนเลย

โดยรวมแล้วเราค่อนข้างประทับใจกับเมืองปักกิ่ง เป็นเมืองใหญ่ที่ยังมีความกลมกลืนกับเมืองเก่าได้อย่างน่าสนใจ เรายังสามารถเช่าจักรยานผ่าน alipay แล้วก็ปั่นรอบๆแถวพระราชวัง ก็สนุกไปอีกแบบ รวมถึงอาหารที่ค่อนข้างหลากหลายและหาง่ายการเดินทางก็สะดวกเราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินบวกกับ Didi เป็นหลัก แต่รถค่อนข้างติดกว่าเมืองรอบๆประมาณนึง ไปไหนให้เผื่อเวลาเรียกรถและรอรถหน่อย การปั่นจักรยานบางทีก็ไวกว่าการขึ้นรถอีก ทำให้เราได้ใช้บริการจักรยานหลายรอบเลย

จบทริปนี้แล้วไว้พบกันใหม่ทริปหน้านะคะ ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ 🥹

สวัสดีค่ะ❤🩵🩷

#beijing

#ปักกิ่ง

#เที่ยวจีน

#เที่ยวจีนด้วยตัวเอง

2025/10/24 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการเดินทางในกรุงปักกิ่งนั้นสะดวกสบายมาก ทั้งสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดินที่ครอบคลุมทั่วเมือง และแอปเรียกรถ Didi ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวปักกิ่งและอยากสัมผัสประสบการณ์ใส่ชุดองค์หญิงกำมะลอหรือเทสระบบโต่วอิน แนะนำให้ลองใช้บริการเช่าชุดที่ตึก Wangfu Century โดยราคาค่าเช่าชุดประมาณ 218 หยวน พร้อมเงินมัดจำชุด 500 หยวนที่ได้คืนหลังคืนชุด บริการแต่งหน้าทำผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้คุณได้ลุคที่สวยงาม พร้อมทั้งเทคนิคการใช้สีชมพูเขียนคิ้วและการติดขนตาล่างที่ดูธรรมชาติมาก สำหรับการเที่ยวแลนด์มาร์ค ต่างๆ ในปักกิ่ง ที่น่าสนใจนอกเหนือจากพระราชวังฤดูร้อนและ Universal Studio Beijing แล้วยังมีด่านป่าต้าหลินของกำแพงเมืองจีนที่เดินทางง่ายด้วยรถไฟความเร็วสูง และพระราชวังต้องห้ามที่กว้างใหญ่ มีส่วนจัดแสดงสมบัติต่างประเทศและของสะสมภายในพระราชวังที่ต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่มเติมเล็กน้อย การเดินเที่ยวภายในเมืองโบราณและเมืองใหม่เช่น Sanlitun และถนน Wangfujing ก็ให้บรรยากาศที่หลากหลาย ทั้งคาเฟ่ทันสมัยและ Street Food อร่อยหลากหลาย สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือการลองโยเกิร์ตเนื้อแน่นเนียนนุ่มที่มีขายมากมายโดยเฉพาะบนถนนเฉียนเหมินซึ่งเป็นย่านที่พักสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า และแหล่งกินของกินหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถเช่าจักรยานผ่าน Alipay ปั่นชมบรรยากาศและวิถีชุมชนรอบพระราชวังได้อีกด้วย ซึ่งอาจจะเร็วกว่าการนั่งรถเพราะว่ารถติดพอสมควรโดยเฉพาะเวลาสำคัญ จึงควรวางแผนเวลาการเดินทางให้ดี สรุปแล้วปักกิ่งเป็นเมืองที่ผสมผสานความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนด้วยทั้งวัฒนธรรมโบราณและความสะดวกสบายทันสมัย หากใครกำลังมองหาทริปที่ได้สัมผัสหลากหลายบรรยากาศ พร้อมความสนุกสนาน เทสระบบโต่วอินก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ควรลองในปักกิ่ง

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Swaaaaa
Swaaaaa

หอสมบัติ ราชวังต้องห้าม 2 จุดอยู่ตรงไหนบ้างคะ

ดูเพิ่มเติม(1)