EP.02 ข้อดี - ข้อเสีย ของการทำงานเป็นแอร์มาต่อเนื่อง 10 ปี

✅ ข้อดี คือได้ไปหลายประเทศจริง ไปอเมริกา ไปยุโรป

ได้เจอคนเยอะ หลายประเภทมาก ได้เพื่อนใหม่

ทำให้ได้มุมมองชีวิตกว้างขึ้นแบบไม่รู้ตัว

เป็นจุดเริ่มต้นของเงินเดือนที่ดี

ถือว่าเป็นเรทเงินที่สูงมากสำหรับ First Jobber

ได้เป็นหลากหลายอาชีพ บางทีก็เป็นพยาบาล บางทีก็เปนพี่เลี้ยงเด็ก บางทีก็เป็นแม่บ้าน อุ่นกับข้าว ล้างห้องน้ำ บางทีก็เป็นตำรวจ หรือ บางทีก็เป็นนักดับเพลิง

🫥 แต่ข้อเสียคือ

เวลาชีวิตไม่เคยเป็นของตัวเอง

ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

และร่างกายพังโดยไม่รู้ตัว

หลังเดาะบ้าง น่องปูดบ้าง ผิวหน้าเยินบ้าง

เราไม่ได้บอกว่างานนี้ไม่ดี

มันคืองานที่ดีที่สุดงานนึงเลย 🩷

เป็นงานที่ให้ soft skill ในชีวิตเยอะมากๆ

เพียงแต่ …

มันไม่ใช่ชีวิตที่เราอยากอยู่ต่อแล้ว

เพราะเมื่อถึงวันนึง กลับมาย้อนถามตัวเองว่า

“แล้วเราจะอยู่ตรงนี้ไปอีกนานเท่าไหร่?”

“ถ้าวันนึงเกิดเค้าไม่ต่อสัญญาเรา ชีวิตจะเป็นแบบไหน?”

“เราต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ตอนอายุ 30+ ในขณะที่คนอื่นไปไกลแล้วจริงๆหรอ?”

และคำถามสุดท้ายนี้คือ Safe Zone ที่เราต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ใช่มั้ย?

นี่แหละ จุดเริ่มต้นของการ .. ลาออกจากงานที่รักที่สุด ✈️❤️

EP.03 จะมาเล่าชีวิตที่เริ่มต้นนับ 1 ใหม่ตอนอายุ 32

#กล้าออกจากเซฟโซน

#เลือกชีวิตตัวเอง

#แอร์โฮสเตส

#เปลี่ยนแปลงตัวเอง

3/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานในสายอาชีพแอร์โฮสเตสเป็นประสบการณ์ที่ให้ทั้งความท้าทายและโอกาสที่มหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 10 ปี ความรู้สึกของผมในฐานะคนที่เคยผ่านชีวิตแบบนี้มา คือแม้งานนี้จะดูโรแมนติก มีเสน่ห์ และทำให้ได้เดินทางทั่วโลก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจที่สะสมอย่างไม่รู้ตัว ผมเคยสัมผัสช่วงเวลาที่ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ยืนก้ม ยกของหนัก หรือแม้แต่รับมือกับผู้โดยสารที่แตกต่างกันมากมาย งานนี้เหมือนจะหลากหลาย เพราะเราต้องรับบทเป็นทุกอย่าง ทั้งพยาบาล พี่เลี้ยงเด็ก หรือแม้แต่ตำรวจจำลองในยามฉุกเฉิน ซึ่งทักษะเหล่านี้ช่วยให้เราเกิดความชำนาญและความยืดหยุ่นทางใจสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตส่วนตัวกลับกลายเป็นเรื่องยากลำบาก การจัดสรรเวลาให้ตรงกับวันหยุดของคนอื่นแทบเป็นไปไม่ได้ และการเปลี่ยนโซนเวลาบ่อยครั้งทำให้เกิดอาการ jet lag ที่ส่งผลต่อสุขภาพเรื้อรัง น่องบวม หลังปวด หรือผิวหน้าเสียหายจากความเหนื่อยล้าสะสมเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นความจริงที่ต้องเผชิญ หลังจากทำงานมาอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะอยู่ในจุดนี้ไปอีกนานแค่ไหน? ถ้าวันหนึ่งบริษัทไม่ต่อสัญญา แล้วชีวิตหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร? คำถามเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ผมกลัวหรือยอมแพ้ แต่กลับเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ต้องกล้าก้าวออกจากเซฟโซน และเลือกเส้นทางใหม่ที่อาจจะยากลำบากแต่เต็มไปด้วยโอกาสและความหมาย สำหรับคนที่กำลังคิดจะเริ่มต้นทำงานในสายงานนี้ สิ่งที่อยากแนะนำคือให้เตรียมใจให้พร้อมทั้งกายและใจ เพราะแม้อาชีพนี้จะมอบประสบการณ์มากมายและเงินเดือนที่ดี แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงทางสุขภาพและความไม่แน่นอนในอนาคตด้วย สุดท้าย การแบ่งปันเรื่องราวเช่นนี้หวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนได้เห็นทั้งแง่มุมดีและข้อจำกัดของงานนี้อย่างชัดเจน เพื่อการตัดสินใจที่มีข้อมูลครบถ้วน และส่งเสริมให้ทุกคนกล้าตัดสินใจเพื่อชีวิตที่อยากมีจริงๆ ทั้งในแง่ของการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว