แกงกะทิหอยจุ๊บแจงค่ะ#มิ้นท์พากิน
ใครกำลังหาเมนู “แกงกะทิหอยจุ๊บแจง” แบบทำกินเองที่บ้าน เราทำบ่อยมากเพราะเป็นแกงกะทิที่หอมและกินง่าย แต่จุดยากคือทำยังไงให้หอยไม่คาวและน้ำแกงไม่แตกมันเกินไป เลยขอมาแชร์ทริคที่เราใช้ประจำค่ะ 1) เลือกหอย & การล้างให้ไม่คาว - ถ้าเป็นหอยจุ๊บแจงสด เลือกตัวที่เปลือกปิดสนิท เคาะแล้วมีปฏิกิริยา (ยังมีชีวิต) - ล้างหลายๆ น้ำให้หมดทราย แล้วแช่น้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ 20–30 นาที (บางบ้านใส่พริกสดทุบลงไปนิดนึงช่วยให้คายทราย) - ก่อนเอาลงแกง ลวก/ล้างด้วยน้ำร้อนเร็วๆ 1 รอบได้ จะช่วยลดกลิ่นคาว แต่ไม่ควรนานเดี๋ยวหอยเหนียว 2) ของที่เราชอบใช้ (ปรับได้ตามบ้าน) - กะทิ 2 ส่วน: หัวกะทิไว้ผัดพริกแกง + หางกะทิไว้ทำเป็นน้ำแกง - พริกแกงเผ็ด/พริกแกงคั่ว (แล้วแต่สไตล์) ใส่ทีละน้อย ชิมความเผ็ดก่อน - ใบมะกรูดฉีก + ตะไคร้ซอย (ช่วยดับคาวดีมาก) - ผักเสริมแล้วแต่ชอบ เช่น ฟักทอง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว หรือใบชะพลู 3) ผัดพริกแกงให้หอม (ขั้นนี้สำคัญมาก) เราใช้หัวกะทิลงกระทะก่อน เคี่ยวไฟกลางจนกะทิเริ่มแตกมันเล็กน้อย แล้วค่อยใส่พริกแกงลงไปผัดจนหอมจริงๆ (อย่ารีบ) ถ้าพริกแกงยังดิบ น้ำแกงจะไม่หอมและรสจะไม่กลมค่ะ 4) ทำให้น้ำแกงเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน เติมหางกะทิทีละนิด คนให้เข้ากันแล้วค่อยเพิ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา + น้ำตาลปี๊บปลายช้อน (หรือไม่ใส่ก็ได้) บางครั้งเราใส่เกลือนิดเดียวช่วยดันความหวานของกะทิให้เด่นขึ้น 5) ใส่หอยตอนไหนไม่ให้เหนียว พอน้ำแกงเดือดอ่อนๆ และรสเข้าที่แล้ว ค่อยใส่หอยจุ๊บแจงลงไป ต้มแค่พอสุก 2–3 นาทีพอค่ะ หอยสุกไวมาก ต้มนานจะหดและเหนียว 6) ท้ายสุดเพิ่มความหอม ใส่ใบมะกรูดฉีก ตะไคร้ซอย หรือพริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง ปิดไฟแล้วพักไว้ 3–5 นาที กลิ่นจะขึ้นมาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือดีสุด ถ้าใครทำแล้วรู้สึกคาว แนะนำเช็ก 2 จุดก่อนเลย: (1) ล้าง/คายทรายไม่พอ และ (2) ไม่ได้ใส่สมุนไพรช่วยดับคาวอย่างตะไคร้/ใบมะกรูด ครั้งถัดไปปรับสองอย่างนี้ รับรองแกงกะทิหอยจุ๊บแจงจะหอมขึ้นแบบรู้สึกได้ค่ะ

น่ากินมากๆคะ👍