👍🏻 The best 1000 / 100 is the best. 🇯🇵
This Elixir is the base for the age of 30 +. We like it very much. 🇯🇵 It fits the facial skin to start to slack with age. It really helps to lift it up. The serum is very viscous when applied to the cheek up... For a while, I know, the facial skin is fuller, much firmer. Not disappointed. 🥰 Buy from Japan to fall 1,200 bottles per bottle. - Yes, it's super cheap. 😍 At the end of this year, fly again. Must arrange many more things of this brand!
เวลาเจอคีย์เวิร์ดแนว “รีวิวครีมแพง” เรามักสงสัยเหมือนกันว่าแพงเพราะแบรนด์ หรือแพงแล้วเห็นผลจริง? ของเราเป็นสายผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามวัย 30+ เลยโฟกัสเรื่อง “ยกกระชับ + ผิวอิ่มฟู” มากกว่าเรื่องขาวใส และตัวที่ทำให้รู้สึกว่าเข้าข่าย “แพงแต่คุ้ม” คือ ELIXIR Design Time Serum เลยค่ะ สิ่งที่ชอบคือฟีลลิ่งตอนใช้และวิธีทาที่ช่วยเสริมผลลัพธ์ได้จริง ตัวเนื้อเซรั่มจะหนืดๆ ขุ่นๆ (ตามที่หลายคนรีวิวไว้) ตอนแรกแอบคิดว่าจะหนักหน้าไหม แต่พอค่อยๆ วอร์มที่มือแล้วกดลงผิว จากนั้น “ลูบยกแก้มขึ้น” และลากขึ้นกรอบหน้าเบาๆ จะรู้สึกว่ามันเคลือบผิวดี ไม่ได้มันเยิ้มแบบน้ำมัน และแต่งหน้าต่อได้ถ้ารอให้เซตตัวสักนิด ถ้าถามว่าครีมแพงคุ้มไหม เราว่าต้องดู 3 อย่างนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ 1) เป้าหมายชัดไหม: ถ้าอยากได้งานผิวเด้งแน่น ลดความรู้สึกผิวหย่อนๆ เซรั่มแนว lift/firming จะตอบโจทย์มากกว่าไวท์เทนนิ่ง 2) ใช้ต่อเนื่องพอไหม: ของเราต้องใช้สักระยะถึงเริ่มรู้สึกว่าหน้าดูอิ่มขึ้น แต่งหน้าแล้วผิวดูเต็ม ไม่โทรมง่าย 3) ซื้อแหล่งที่ไว้ใจได้: เพราะของราคาสูงเสี่ยงเจอของปลอม แนะนำซื้อเคาน์เตอร์/ร้านที่เชื่อถือได้ หรือถ้าซื้อจากญี่ปุ่นก็เช็กร้านและซีลให้ชัวร์ ทริคเล็กๆ ที่ทำให้ “ครีมแพง” คุ้มขึ้นสำหรับเรา คือใช้ปริมาณพอดี (ไม่ต้องโบกจนเปลือง) เน้นนวด/ลูบยกขึ้นตามแนวกล้ามเนื้อ และอย่าลืมทาคอด้วย เพราะคอก็เป็นจุดที่เห็นอายุง่ายเหมือนกัน สรุปในมุมคนเคยลังเลกับสกินแคร์ราคาแรง: ถ้าคุณอายุ 30+ และเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์มเหมือนเดิม ELIXIR Design Time Serum เป็นตัวที่ทำให้เรารู้สึกว่า “จ่ายแล้วได้ผลลัพธ์” โดยเฉพาะความอิ่มฟูและความกระชับที่สัมผัสได้ค่ะ
