ทำไงดี....เหมือนจะโดนเลิกจ้าง

❗️เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับตัวเรา

เรากลับมาทำงานประจำได้ 6 เดือน ก็มีเรื่องมีราวไม่คาดฝัน เกิดขึ้น

เพื่อนร่วมงานของเรา จะโดนบีบให้ ลาออก‼️

แต่เค้า ไม่ยอมเซ็นต์ เอกสารใด ๆ

บริษัทฯ จึงต้องยอมจ่ายค่าชดเชย ตามกฎหมาย

ส่วนสาเหตุ ขอละไว้...แต่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง

ทำไมบริษัทฯ ถึงได้จ่ายค่าชดเชย

เพราะหัวหน้างาน ไม่ยอมดำเนินการตามกฎระเบียบบริษัทฯ

ตักเตือน และเขียนแผนพัฒนา

พร้อมกรอบเวลาและตัวชี้วัดเป็นลายลักษณ์อักษร

เรียกคุยก็พูดอ้อม ๆ ไม่พูดตรงไป ตรงมา

เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจ ถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์

พอถึงเวลาจะทำให้เค้าถูกไล่ออก แบบไม่จ่ายค่าชดเชย

ซึ่งฝ่ายกฎหมายและ HR ก็ไม่ยอม เพราะมันผิดกฎหมาย

เป็นอุทาหรณ์ที่ดีมาก สำหรับทั้งลูกจ้างและนายจ้าง

อยากให้ทุกคนศึกษาเอาไว้

มีความรับผิดชอบ ทำงานให้เต็มทีี

อย่าร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในที่ทำงาน

ใครมีประสบการณ์อะไรบ้าง มาแชร์กันได้

#เลิกจ้าง #ไล่ออก #peoplemanagement

กรุงเทพมหานคร
2/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้เห็นเหตุการณ์คนรอบข้างถูกบีบให้ออกโดยที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่สำคัญมากก็คือการรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ ที่แสดงออกจากนายจ้างหรือหัวหน้างาน เช่น ถูกเรียกพบเพื่อพูดคุยเรื่องงานซ้ำๆ หรือถูกตักเตือนด้วยคำพูดโดยไม่มีเอกสารประกอบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการมอบหมายงาน เช่น งานที่ควรเป็นของเราถูกโยกให้คนอื่นทำ แม้ว่างานยังไม่ล้นมือ เหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าคุณอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ในกรณีที่ตรวจพบสัญญาณเหล่านี้ สิ่งที่ควรทำคือการเก็บหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น อีเมล แชท หรือเอกสารที่แสดงการเตือนและข้อตกลงต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบกรณีต้องพิสูจน์สิทธิ์ในภายหลัง นอกจากนี้ควรเจรจากับฝ่ายบุคคลหรือ HR อย่างชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้สิทธิ์ที่พึงได้รับเช่นค่าชดเชย และอย่าลืมศึกษาข้อกำหนดและกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันการถูกเอาเปรียบ อีกเรื่องสำคัญคือ กรณีที่หัวหน้างานไม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนถูกต้อง เช่น ไม่ได้ตักเตือนโดยเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่กำหนดแผนพัฒนาการทำงาน (Performance Improvement Plan - PIP) อย่างชัดเจน จะทำให้การเลิกจ้างนั้นผิดกฎหมายและต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศแรงงาน ทั้งนี้การเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเองในฐานะลูกจ้างจะช่วยให้เกิดการสื่อสารที่เปิดกว้างและลดความขัดแย้งในที่ทำงานได้ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เรียนรู้มา การมีทัศนคติที่รับผิดชอบและทำงานอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการรู้จักเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองอย่างถูกต้อง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาความมั่นคงในการทำงานและลดโอกาสการถูกเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และคำแนะนำกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน