Laka 1 แถม 1 ✨ 11.11 💗
ป้ายยาลิป laka ค่าา 💖🫶🏻 ใครยังไม่เคยใช้ต้องโดนละนะ
น้องฉ่ำ น้องดี น้องทน! ละมีสีให้เลือกเยอะมากๆ
แบ่งตาม cool tone / warm tone ได้เลย
สีในรูปคือ 105 cold ค่ะ
แล้วเรากดมาเพิ่มคือ 112 กับ 119 cool tone ชมพูสุดใจ🎀
เดี๋ยวมาป้ายยาเพิ่มน้าาา น่ารักแน่นอน
📍กดในบ้านส้ม 🧡 (11-13 nov 25.)
ร้าน official ของ laka thailand ได้เลยย
หรือโค้ดนี้ก็ได้น้า BHN-ANW-VEE
หลายคนถามกันเยอะว่า LAKA Fruity Glam Tint สีฮิตอย่าง 116 กับ 122 ต่างกันยังไง และถ้าเป็นคูลโทนควรเริ่มที่สีไหน เราขอสรุปจากที่ลอง/เทียบสวอชกับโทนที่มีในชาร์ต (เขาจะแบ่ง warm/cool ค่อนข้างชัด) ให้แบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ ก่อนอื่น เนื้อ Fruity Glam Tint จุดเด่นคือ “ฉ่ำวาวแต่ยังเป็นทินท์” ทาแล้วปากดูอิ่ม สีไม่แบน ถ้าอยากให้ติดทนขึ้นให้ทาแบบ 2 สเต็ป: ลงบาง ๆ ทิ้งไว้ 30–60 วิ แล้วค่อยเติมอีกรอบเฉพาะกลางปาก จะได้ทั้งความฉ่ำและความทน เวลาเลือนจะเหลือสเตนสวย ๆ ไม่เป็นคราบง่าย ฝั่งคูลโทนที่เราลองแล้วชอบมากคือ 105 Cold โทนชมพูอมแดงกำลังดี ถ่ายรูปขึ้นกล้องสุด ๆ ให้ลุคหวานแต่ไม่เลี่ยน ส่วน 112 Pingpong จะออกชมพูสดใสกว่า เหมาะกับวันที่อยากแต่งหน้าละมุนแต่ดูเด็กลง และ 119 Dreaming จะชมพูหวานนุ่ม ๆ ให้ฟีลลูกคุณหนู ทาไปเรียน/ทำงานได้ง่าย ทีนี้สีที่คนค้นหาเยอะอย่าง LAKA 116 กับ LAKA 122 ถ้าดูจากโทนรวม ๆ (และสไตล์สีของไลน์นี้) 116 มักจะให้ความรู้สึก “ชมพูกลาง ๆ ใช้ง่าย” เหมาะกับคนที่ไม่อยากชมพูจัดเกินไป ทาเดี่ยวก็รอด ทาทับลิปไลเนอร์ก็สวย ส่วน 122 จะไปทาง “โทนลึก/ชัดขึ้น” ทำให้หน้าดูคมขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบลุคแต่งหน้าจัดขึ้นนิดนึง หรืออยากได้สีที่ทาแล้วดูมีมิติแบบสายฝอเบา ๆ (แนะนำลองเช็ก undertone ตัวเองก่อนนะคะ) ทริคเลือกสีแบบเร็ว ๆ: ถ้าผิวโทนชมพู/เส้นเลือดออกม่วง ๆ ให้เริ่มที่กลุ่ม cool tone อย่าง 105/112/119 หรือลองเทียบใกล้เคียงกับ 116 ก่อน ส่วนคนที่แต่งหน้าโทนนู้ดหรือชอบปากดูเข้มขึ้นนิดนึง ค่อยขยับไปลอง 122 จะสนุกมาก สุดท้าย ถ้าซื้อช่วงโปร 1 แถม 1 แนะนำกด “สีใช้ง่าย 1 สี + สีแฟนซี 1 สี” เช่น 116 คู่กับ 105 หรือ 122 คู่กับ 119 จะได้สลับลุคได้หลายโอกาสค่ะ




