Automatically translated.View original post

Is this fake???

Water slap Hada Labo Japan vs Thailand. What's the difference? 🇯🇵🇹🇭

Wondering? Why is the Japanese recipe "tougher"?..The answer is that he built it to fight dry cold weather.

Japanese Recipe: Intense Texture, Viscous, Skinky (Rich) Accent Japanese Girl-Style Ultimate Hydrating Lock ❄️

Thai Recipe: Light, Permeable (Lightweight), Adapted for Hot Air, Our Home Especially, Not Gooey During the Day ☀️

Summary: Like dry skin recovery work, must be Japanese 🇯🇵, but if you like comfortable skin, slap and then continue to Thai 🇹🇭

# HadaLabo # Water slapped Hada # Beauty review # Skin Care Japan # Moist skin# Use well to tell

4/27 Edited to

... Read moreการเลือกใช้น้ำตบ Hada Labo ให้เหมาะกับสภาพอากาศและผิวพรรณของแต่ละคนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผลลัพธ์ที่ดีโดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศร้อนชื้นและแตกต่างจากญี่ปุ่นอย่างชัดเจน จากประสบการณ์ตรงในการใช้สูตรน้ำตบของ Hada Labo ทั้งญี่ปุ่นและไทย พบว่าเนื้อสัมผัสมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ตัวสูตรญี่ปุ่นจะมีความเข้มข้นและเหนียวกว่ามาก ซึ่งเหมาะกับผิวแห้งในช่วงฤดูหนาวหรืออากาศแห้งเย็น ช่วยล็อคความชุ่มชื้นได้ดีเยี่ยม ส่วนสูตรไทยจะค่อนข้างบางเบาและซึมไว เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเรา ไม่เหนอะหนะระหว่างวัน ใช้แล้วรู้สึกสบายผิวมากกว่า นอกจากนี้ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ ก่อนซื้อควรดูรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ให้ดี เพราะสูตรน้ำตบมีชื่อและรายละเอียดด้านหน้ากล่องเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือไทย ซึ่งจะช่วยยืนยันความแท้และความเหมาะสม ยิ่งราคาต่างกันมากๆ ก็ควรตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันของปลอม สำหรับคนที่มีผิวผสมหรือผิวมัน อาจจะชอบสูตรไทยมากกว่าเพราะความรู้สึกเบาสบาย ไม่ทำให้ผิวมันเยิ้ม แต่ถ้าผิวแห้งมากหรืออยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน สูตรญี่ปุ่นจะช่วยเสริมความชุ่มชื้นและป้องกันการระเหยของน้ำได้ดี ท้ายที่สุดการเลือกน้ำตบควรคำนึงถึงสภาพผิวและสภาพอากาศเป็นหลัก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับการใช้ผลิตภัณฑ์ และถ้าเป็นไปได้ ควรทดลองใช้เพื่อดูผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด จะช่วยให้การดูแลผิวหน้ามีประสิทธิภาพและรู้สึกพึงพอใจมากขึ้นอย่างแน่นอน