ตอนที่ 2 — คนที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

ลินนอนไม่หลับทั้งคืน

เสียงของธีร์ยังวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ

“ผมสั่งอะไร นายต้องทำ”

ทั้งที่อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้ข่มขู่รุนแรง

แต่กลับทำให้ลินรู้สึกเหมือนถูกบีบคอช้า ๆ

เช้าวันถัดมา เขามาถึงโรงงานเร็วกว่าปกติ

บรรยากาศหน้าไลน์ยังวุ่นวายเหมือนเดิม พนักงานเดินเข้าออก เสียงเครื่องจักรเริ่มทำงานตั้งแต่ยังไม่แปดโมง

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งที่เมื่อคืนชีวิตเขาแทบพัง

“หัวหน้า~”

โอเปอเรเตอร์สาวคนหนึ่งยิ้มทัก

“ได้ข่าวว่าเมื่อคืนนั่งเคลียร์งานกับพี่ธีร์ถึงดึกเลยเหรอ”

ลินชะงักเล็กน้อย

“ใครบอก”

“ทั้งไลน์รู้แล้วมั้ง พี่ธีร์เดินออกจากตึกพร้อมหัวหน้าตอนเกือบเที่ยงคืน”

อีกคนรีบเสริมทันที

“โห~ พี่ธีร์นี่ใจดีจริง ดูแลลูกน้องตลอดอะ”

ลินฝืนยิ้มบาง ๆ

ก่อนก้มมองเอกสารในมือแทนการตอบ

ใจดีงั้นเหรอ

ถ้าพวกเขาเห็นสายตาที่ธีร์ใช้มองเขาเมื่อคืน

ทุกคนคงไม่พูดแบบนี้

“หัวหน้าลิน”

เสียงเรียบคุ้นหูดังขึ้นด้านหลัง

ทั้งกลุ่มเงียบลงทันที

ลินหันกลับไปก็เจอกับธีร์ในชุดเชิ้ตสีเข้มเหมือนเดิม

รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้าหล่อคม

“Morning ครับ”

พนักงานรอบตัวรีบทักทันที

“สวัสดีค่ะพี่ธีร์”

“วันนี้มาดูไลน์เองเลยเหรอครับ”

ธีร์ยิ้มบาง ๆ อย่างเป็นกันเอง

“แวะมาดูเฉย ๆ ครับ”

พูดจบ สายตาเขาก็หันมาทางลิน

“เดี๋ยวสิบโมงเข้าห้องผมหน่อยนะ”

ลินชะงัก

“มีเอกสารต้องแก้”

น้ำเสียงอีกฝ่ายปกติมาก

ปกติจนไม่มีใครสังเกตเลยว่า ลินกำลังรู้สึกเหมือนถูกสั่ง

“ครับ”

ธีร์พยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินผ่านไป

ทันทีที่เขาลับสายตา เสียงแซวรอบตัวก็ดังขึ้นทันที

“โอ๊ย หัวหน้าลูกรักผู้บริหาร”

“พี่ธีร์โคตรเอ็นดูหัวหน้าเลยอะ”

“ปกติไม่เห็นเรียกใครเข้าห้องบ่อยขนาดนี้”

ลินได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ

ถ้าพวกเขารู้ว่าเขาไม่ได้มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว

จะยังพูดแบบนี้อยู่ไหม

สิบโมงตรง

ลินยืนอยู่หน้าห้องทำงานของ Super Manager พร้อมแฟ้มเอกสารในมือ

เขาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเคาะประตู

“เข้ามา”

เสียงทุ้มดังจากด้านใน

ลินเปิดประตูเข้าไปช้า ๆ

ห้องทำงานกว้างกว่าที่เขาคิด แอร์เย็นจัดจนรู้สึกหนาวเล็ก ๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเจ้าของห้องลอยอยู่ในอากาศ

ธีร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน กำลังอ่านเอกสารบางอย่าง

“ปิดประตูด้วย”

ลินชะงักไปนิด ก่อนหันกลับไปทำตาม

เสียงประตูปิดดังคลิก

บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที

ธีร์วางปากกาลง ก่อนเงยหน้ามองเขา

“เมื่อคืนได้นอนไหม”

คำถามธรรมดา ๆ

แต่ลินกลับตอบไม่ออกไปครู่หนึ่ง

“...นิดหน่อยครับ”

“ผมเดาว่านายคงเครียด”

ธีร์เอนหลังพิงเก้าอี้ สีหน้ายังคงนิ่ง

“ก็สมควรอยู่”

ลินกำแฟ้มในมือแน่นขึ้น

“พี่จะให้ผมแก้อะไรครับ”

อีกฝ่ายมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นเอกสารบางส่วนมาให้

“ล็อตที่มีปัญหา ผมจัดการฝั่ง QA ให้แล้วระดับหนึ่ง”

ลินรีบรับมาดู

หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่า defect report บางส่วนถูกดึงออกจากระบบชั่วคราว

“พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง…”

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่นายต้องรู้”

คำตอบเรียบ ๆ ทำให้ลินเงียบไป

ธีร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเขา

ใกล้เกินไป

ลินเผลอก้าวถอยหลังนิดหนึ่ง

แต่แผ่นหลังกลับชนขอบโต๊ะ

“กลัวผมเหรอ”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

ลินหลบสายตา

“เปล่าครับ”

ธีร์หัวเราะเบา ๆ

“โกหกไม่เก่งเลยนะ”

ปลายนิ้วของอีกฝ่ายแตะเข้าที่บัตรพนักงานตรงอกเสื้อเขาเบา ๆ

ทั้งที่เป็นสัมผัสเพียงนิดเดียว

แต่ลินกลับเกร็งไปทั้งตัว

“จำไว้นะลิน”

สายตาของธีร์นิ่งจนน่าอึดอัด

“ตอนนี้คนที่ช่วยนายได้มีแค่ผม”

ลมหายใจของลินเริ่มติดขัด

“เพราะงั้น…”

อีกฝ่ายโน้มตัวลงมาเล็กน้อย

“อย่าพยายามหนีผม”

หัวใจลินกระตุกแรง

เขารีบเบือนหน้าหนีทันที

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก

“พี่ธีร์ครับ ผมเอาเอกสารมาให้”

เสียงผู้ชายอีกคนดังจากหน้าห้อง

ธีร์ผละออกทันที

เร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เข้ามา”

ประตูเปิดออกพร้อมร่างของพีท วิศวกร QA

“อ้าว หัวหน้าอยู่ด้วยเหรอ”

พีทยิ้มทักตามปกติ

ลินรีบถอยออกจากโต๊ะทันที

ในขณะที่ธีร์กลับเดินไปนั่งที่เดิม พร้อมรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

“กำลังคุยเรื่องเอกสารกันน่ะ”

น้ำเสียงเขาใจเย็นจนแทบต่างจากเมื่อครู่คนละคน

พีทพยักหน้า ก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะ

“เรื่องล็อตเมื่อวาน ผมว่ามันแปลก ๆ นะพี่”

ลินชะงักทันที

ธีร์เองก็เงียบลงเล็กน้อย

“แปลกยังไง”

พีทขมวดคิ้ว

“เหมือนข้อมูลบางส่วนในระบบหายไป”

บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที

ลินรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง

ในขณะที่ธีร์เพียงยิ้มบาง ๆ

“เดี๋ยวผมจัดการเอง”

เขาพูดเรียบ ๆ

ก่อนปรายตามามองลินช้า ๆ

สายตานั้นเหมือนกำลังเตือนว่า

อย่าพูดอะไรเกินจำเป็น

#คนใจดีคนนั้นไม่ใช่กับฉัน

#นิยายวาย #BoyLove #ToxicRelationship #ดราม่าโรงงาน

6/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอ่านเรื่องราวของลินและธีร์ในตอนที่ 2 นี้ ทำให้ผมรู้สึกถึงความตึงเครียดและแรงกดดันในที่ทำงานที่บางครั้งไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่ยังมีเรื่องส่วนตัวจนทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปได้มาก ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งที่ทำงาน ผมก็เคยเจอเจ้านายที่ใช้คำพูดเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยอำนาจจนเหมือนสั่งให้ทำตามโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เช่นเดียวกับธีร์ที่พูดว่า "ผมสั่งอะไร นายต้องทำ" ความรู้สึกเหมือนเป็นเหมือนลมหายใจที่ตึงเครียดและซ่อนความหวาดกลัวไว้ลึกๆ เป็นประสบการณ์ที่หลายคนอาจเคยพบเจอในชีวิตการทำงาน นอกจากนี้ การจัดการกับ "Defect Report" และ "Production Plan" ที่ธีร์ลงมือแก้ไข แม้จะดูเหมือนว่าความรับผิดชอบถูกแบ่งเบา แต่ก็แฝงไปด้วยความลับของข้อมูลที่หายไปในระบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบางครั้งในที่ทำงานก็มีเรื่องที่ซับซ้อนและต้องระวังคำพูดมากกว่าที่คิด ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเนื้อเรื่องชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์แบบ "Toxic Relationship" ที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่รวมไปถึงความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่อาจจะมีการกดดัน ใช้อำนาจ และความไม่เท่าเทียมกันของตำแหน่งงาน ทำให้คนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธหรือหนีจากสถานการณ์นั้นได้ง่ายๆ ถ้าใครเป็นแฟนของนิยายวายแนวดราม่าที่เน้นการสะท้อนความสัมพันธ์ในมุมมืดของการทำงานและความรัก ต้องไม่พลาดเรื่องนี้ที่จะทำให้เห็นความรู้สึกต่างๆ ของตัวละครอย่างลึกซึ้ง และทำให้เราคิดถึงเรื่องสถานการณ์ในชีวิตจริงได้อย่างชัดเจน