ตอนที่ 8 — ต่อจากนี้... ให้ผมดูแลบ้างนะ

ช่วงปลายเดือน

ร้านขนมยุ่งกว่าปกติ

น้ำฝนแทบไม่ได้หยุดพักตั้งแต่เช้า ทั้งรับออเดอร์ เคลียร์โต๊ะ อบเค้ก และยังต้องเตรียมขนมส่งคาเฟ่อีกสองร้าน

“แม่ฮะ พักก่อนก็ได้”

น้องภูเงยหน้ามองแม่ด้วยความเป็นห่วง

“หนูชงน้ำให้มั้ย”

น้ำฝนยิ้มอ่อนๆ ก่อนลูบหัวลูก

“แม่ไหวครับ”

แต่ความจริงคือ…

เธอแทบไม่มีแรงแล้ว

เมื่อคืนก็นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะต้องทำเค้กวันเกิดส่งลูกค้า

ส่วนหมอกเองก็ยุ่งกับคลินิกจนแทบไม่ได้ลงมาที่ร้าน

“เดี๋ยวแม่เอาเค้กไปส่งก่อนนะครับ”

“หนูไปด้วย!”

“ไม่ได้ วันนี้แดดแรง”

เด็กชายพองแก้มทันที แต่ก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี

น้ำฝนหยิบกล่องเค้กขึ้นรถ ก่อนขับออกไปทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้า

และนั่น…

คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

ช่วงบ่ายแก่ๆ

กรุ๊งกริ๊ง—

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมหมอกที่เพิ่งลงมาจากคลินิก

“ภูครับ แม่อยู่ไหน”

เด็กชายเงยหน้าจากการวาดรูปทันที

“ไปส่งเค้กครับ”

หมอกขมวดคิ้วนิดๆ

“ยังไม่กลับอีกเหรอ”

“แม่บอกว่าวันนี้งานเยอะ”

ยังไม่ทันพูดจบ—

ป้าดาก็รีบเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ

“หมอก! รีบไปดูน้ำฝนหน่อย!”

หัวใจของเขาหล่นวูบทันที

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“ฝนเป็นลมอยู่หน้าร้านดอกไม้!”

หมอกแทบไม่รอฟังอะไรต่อ รีบวิ่งออกไปทันที

น้องภูรีบวิ่งตามหลังด้วยสีหน้าตกใจ

“แม่ฮะ…”

หน้าร้านดอกไม้เล็กๆ กลางซอย

น้ำฝนนั่งพิงกำแพงอยู่ สีหน้าซีดมาก เจ้าของร้านกำลังช่วยพัดให้เธออยู่

ทันทีที่เห็นหมอก เธอพยายามฝืนยิ้ม

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่—”

“เงียบก่อน”

เสียงของหมอกสั่นนิดๆ อย่างคนกำลังกลัว

เขารีบคุกเข่าลงตรงหน้า ก่อนจับมือเธอไว้

มือเย็นมาก

เย็นจนหัวใจเขาเจ็บ

“กินข้าวหรือยัง”

น้ำฝนเงียบ

และความเงียบนั้นก็ตอบทุกอย่างแล้ว

หมอกหลับตาลงช้าๆ อย่างพยายามควบคุมอารมณ์

“น้ำฝน…”

เสียงเขาเบาลงทันที

“ทำไมชอบฝืนตัวเองแบบนี้”

เธอเม้มปากแน่น

ก่อนจะพูดเบาๆ

“ถ้าไม่ทำ…ร้านจะไม่พอจ่าย”

หัวใจของหมอกบีบรัดทันที

เขารู้ว่าเธอเหนื่อย

แต่ไม่เคยรู้ว่าเธอต้องแบกทุกอย่างหนักขนาดนี้

“พ่อหมอก…”

น้องภูวิ่งเข้ามากอดแม่แน่นทันที

ดวงตากลมโตแดงนิดๆ เพราะตกใจ

“แม่เจ็บเหรอ”

น้ำฝนรีบยิ้มทั้งที่ยังหน้าซีด

“แม่ไม่เป็นไรครับ”

แต่เด็กชายกลับส่ายหน้าแรงๆ

“แม่โกหก”

คำพูดใสๆ นั้นทำให้เธอน้ำตาคลอทันที

หมอกถอนหายใจเบาๆ ก่อนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม

น้ำฝนตกใจทันที

“หมอก เดี๋ยวค่ะ!”

“ถ้ายังดื้ออีก ผมจะพาไปนอนโรงพยาบาล”

“แต่ร้าน—”

“ผมปิดให้เอง”

น้ำเสียงนั้นจริงจังจนเธอเถียงไม่ออก

น้องภูรีบเดินตามติดไม่ห่าง ก่อนจับมือแม่ไว้ตลอดทางกลับร้าน

คืนนั้น ร้านขนมปิดเร็วกว่าปกติ

น้ำฝนนอนอยู่บนโซฟาหลังร้าน โดยมีน้องภูนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ

ส่วนหมอกกำลังต้มน้ำขิงในครัวอย่างเงียบๆ

“พ่อหมอก…”

เด็กชายเรียกเบาๆ

“ครับ”

“แม่เหนื่อยมานานแล้วใช่ไหม”

หมอกชะงักไปเล็กน้อย

ก่อนตอบเสียงแผ่ว

“…อืม”

น้องภูเม้มปากนิดๆ

“งั้นพ่อช่วยดูแลแม่เยอะๆ ได้ไหม”

หัวใจของหมอกสั่นทันที

เขามองเด็กตรงหน้าอยู่นาน ก่อนยกมือลูบหัวเบาๆ

“ได้สิครับ”

เสียงนั้นอ่อนโยนมาก

อ่อนโยนจนเด็กชายยิ้มออกในที่สุด

หลังจากน้องภูหลับไป

หมอกจึงเดินมานั่งข้างน้ำฝนเงียบๆ

หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ

“ภูหลับแล้วเหรอ”

“ครับ”

บรรยากาศเงียบลงพักหนึ่ง

หมอกมองเธอนิ่งๆ ก่อนค่อยๆ จับมือเธอไว้

“ต่อจากนี้…”

เขายิ้มบางๆ

“ให้ผมดูแลบ้างนะ”

และครั้งนี้

น้ำฝนไม่ได้ดึงมือออกอีกเลย

#คุณลุงคนนั้นเป็นพ่อผมได้ไหม

#นิยาย #ครอบครัว #ลูกชาย #พ่อของลูก

6/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากเรื่องราวในตอนนี้ ผมเองรู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยของคนทำงานหนักโดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับผิดชอบหลายบทบาทในครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนอาจเจอในชีวิตจริง ผมเคยมีประสบการณ์ที่ต้องบริหารร้านเล็กๆ พร้อมกับดูแลครอบครัวเหมือนกัน เห็นความตั้งใจและความพยายามของน้ำฝนที่ไม่ยอมพักเพราะกลัวว่าร้านจะพัง มันทำให้ผมนึกถึงการแบ่งปันความรับผิดชอบในครอบครัวที่สำคัญอย่างมาก การที่หมอกซึ่งทำงานด้านคลินิกทันตกรรม ได้แสดงออกถึงความห่วงใยและขอรับผิดชอบดูแลน้ำฝนมากขึ้นนี้ เป็นภาพสะท้อนของความรักและความเข้าใจที่คู่รักหรือคนในครอบครัวควรมีให้กัน การยอมรับและช่วยเหลือกันในเวลาที่อีกฝ่ายเหนื่อยล้า เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวแข็งแรงและผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ อีกสิ่งที่ผมประทับใจคือบทพูดของน้องภูที่บอกว่า "แม่โกหก" ซึ่งมันช่างบริสุทธิ์และตรงไปตรงมา สะท้อนความรักและความใส่ใจของเด็กๆ ที่รับรู้ความจริงได้แม้บางครั้งผู้ใหญ่จะพยายามปกป้องเขา ผมคิดว่าในชีวิตประจำวันเราควรเปิดใจและพูดคุยกันในครอบครัวมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนรู้สึกได้รับการสนับสนุนและเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่วนเรื่องสุขภาพและการดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่ทำงานหนัก ผมแนะนำว่าควรหาเวลาพักผ่อน รวมถึงอย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกเหนื่อยเกินไป เพราะการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจนั้นสำคัญยิ่งกว่าการทุ่มเททำงานอย่างเดียว บทนี้จบด้วยความอบอุ่นและคำสัญญาที่หมอกให้กับน้ำฝน นั่นคือข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง ซึ่งทำให้ผู้อ่านอย่างผมรู้สึกประทับใจและอยากเห็นความสุขของครอบครัวนี้เติบโตต่อไปจริงๆ