Kabbalah 101 มนุษย์คือ Eden
คับบาลาห์ เรื่องที่ว่า มนุษย์
เป็นต้นไม้แห่งชีวิตกลับหัวหรือก็คือ
ต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว
ด้วยบาปกำเนิดและต้องดิ้นรนพลิกกลับ
ให้ตนเองกลายเป็นต้นไม้แห่งชีวิตที่ถูกต้อง
เริ่มจากอุปมาที่ว่าสวนเอเดน
คือร่างกายของมนุษย์
“พระเจ้าพระยาห์เวห์ได้ทรงสร้างสวนแห่งหนึ่งไว้ในเอเดนทางทิศตะวันออก(ศีรษะของมนุษย์) และให้ชาย(Man หรือ Mana : พลังทางจิต วิญญาณที่ขับเคลื่อนร่างกาย) ที่ทรงสร้างขึ้นอาศัยอยู่ในสวนนั้น พระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดทั้งที่งดงามน่าดูและที่เหมาะเป็นอาหารงอกขึ้นในสวน ที่กลางสวนนั้นมีต้นไม้แห่งชีวิตและต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว มีแม่น้ำสายหนึ่งจากเอเดนไหลมาหล่อเลี้ยงสวนนั้น(ลำตัว) แล้วแยกออกเป็นต้นน้ำสี่สาย (แขนและขา) สายที่หนึ่งชื่อปิโชน ไหลผ่านดินแดนฮาวิลาห์ที่ซึ่งมีแร่ทองคำ (ดินแดนนี้มีแร่ทองคำคุณภาพดี ยางไม้หอม และพลอยด้วย) สายที่สองชื่อกิโฮน ไหลผ่านทั่วดินแดนคูช สายที่สามคือไทกริส ซึ่งไหลไปทางทิศตะวันออกของอัสชูร์ และสายที่สี่คือยูเฟรติส”
ปฐมกาล 2:8-14 TNCV
ด้วยพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์
ในวันที่ 6 เลข 6 จึงหมายถึง
ความรักและความสัมพันธ์ทางโลกของมนุษย์
และมันจะกลับเป็นเลข 9
เมื่อจิตใจของมนุษย์ยกระดับอยู่เหนือโลก
เลข 9 จึงเป็นพลังแห่งจิตวิญญาณ
ที่มีชัยชนะเหนือความปรารถนาทางโลก
และหมายถึงความสงบ สันโดษ และจิตใจ
“ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายของพระองค์ ตามพระฉายของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างพวกเขาขึ้น พระองค์ทรงสร้างทั้งผู้ชายและผู้หญิง พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาและตรัสว่า “จงมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองและทวีจำนวนขึ้นจนเต็มโลก และจงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ที่เลื้อยคลาน” พระเจ้าทอดพระเนตรทุกสิ่งที่ทรงสร้างขึ้น ทรงเห็นว่าดียิ่งนัก เวลาเย็นและเวลาเช้าผ่านไป นี่เป็นวันที่หก”
ปฐมกาล 1:27-28, 31 TNCV
งู ที่หลบซ่อนอยู่ในสวนเอเดน
คือพลังทางเพศที่ล่อลวงให้มนุษย์
รู้จักการเสพสมทางเพศเพื่อให้มนุษย์
ขยายเผ่าพันธุ์ โดยเริ่มจากการ
ล่อลวงให้หญิงมีความต้องการก่อน
แล้วหญิงนั้นจึงไปกระตุ้นให้ชาย
มีความต้องการตาม
“งูนั้นเป็นสัตว์ที่มีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าสัตว์ป่าทั้งหลายที่พระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงสร้างขึ้น มันมาถามหญิงนั้นว่า “พระเจ้าตรัสจริงๆ หรือว่า ‘เจ้าต้องไม่กินผลจากต้นใดๆ ในสวนนี้’?” แต่พระเจ้าตรัสจริงๆ ว่า ‘เจ้าต้องไม่กินผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวน และเจ้าต้องไม่แตะต้องมัน มิฉะนั้นเจ้าจะตาย’ ” งูบอกหญิงนั้นว่า “เจ้าจะไม่ตายแน่นอน เพราะพระเจ้าทรงทราบว่าเมื่อใดที่เจ้ากินผลไม้นั้น เจ้าจะตาสว่างขึ้นและจะเป็นเหมือนพระเจ้า คือรู้ผิดชอบชั่วดี” เมื่อหญิงนั้นเห็นว่าผลนั้นดี เหมาะเป็นอาหาร และยังงามน่าดู ทั้งน่าพึงปรารถนาเพราะจะช่วยให้เกิดปัญญา นางจึงนำผลไม้มากิน และให้สามีที่อยู่กับนาง และเขาก็กิน แล้วเขาทั้งสองก็ตาสว่าง และตระหนักว่าตนเองเปลือยกายอยู่ จึงเอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างกาย”
ปฐมกาล 3:1, 3-7 TNCV
แทนที่พวกเขาจะใช้พลังงานของ “งู”
ในการขับเคลื่อนพลังทางจิต
เพื่อมีชีวิตนิรันดร์ กลับถูกพลังของงู
ล่อลวงให้ใช้ขับเคลื่อนพลังทางกาย
จึงต้องร่วงหล่นลงสู่บาปและต้องตาย
ดังนั้น แทนที่พลังทางจิตจะได้รับการยกระดับ
และเติมเต็มเพื่อมีชีวิตเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด
มันกลับถูกนำไปปลดปล่อยทางกายภาพ
จนกลายเป็นเชื้อสายของมนุษย์ผู้ต้องเกิดและตาย
อย่างไม่มีที่สิ้นสุดแทน
จนกว่ามนุษย์จะค้นพบวิธีใช้พลังงานนี้อย่างถูกต้อง
จึงจะสามารถกลับสู่เส้นทางแห่งอมตะชนได้อีกครั้ง
แต่ก็ต้องแลกด้วยการที่ต้อง
หยุดยั้งการแตกหน่อของเชื้อสายทางโลกของตน
นี่จึงเป็นเหตุให้ผู้แสวงหาความเป็นอมตะ
ต้องละทิ้งการเสพสมทางเพศและต้องอยู่สันโดษ
“แล้วพระเจ้าพระยาห์เวห์ตรัสว่า “บัดนี้ มนุษย์ได้กลายเป็นเหมือนหนึ่งในพวกเราแล้ว คือรู้ผิดชอบชั่วดี ดังนั้นต้องไม่ปล่อยให้เขาเก็บผลไม้แห่งชีวิตมากินแล้วมีชีวิตอยู่ตลอดไป” พระเจ้าพระยาห์เวห์จึงทรงขับไล่เขาออกจากสวนเอเดนให้ไปหาเลี้ยงชีพบนผืนดินซึ่งเขาถือกำเนิดมานั้น หลังจากทรงขับไล่เขาออกไปจากสวน(มนุษย์รุ่นต่อๆไปเกิดอแกมาจากร่างกายของมารดาจริงๆ) แล้ว พระองค์ทรงตั้งเหล่าเครูบไว้ที่ด้านตะวันออกของสวนเอเดน และตั้งดาบเพลิงเล่มหนึ่งที่พุ่งไปมาเพื่อคอยพิทักษ์ทางซึ่งนำไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิตนั้น”
ปฐมกาล 3:22-24 TNCV
มนุษย์เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางเพศ
ของบิดาและมารดา ดังนั้น
แก่นชีวิตแรกเริ่มเมื่อกำเนิดบนโลก
จึงเริ่มจากเมล็ดพันธุ์แห่งความใคร่
แล้วแตกหน่อออกเป็นชีวิต
ในรูปแบบของ ต้นไม้แห่งชีวิตกลับหัว
หรือต้นไม้แห่งการรู้ผิดรู้ชอบ
เพื่อเรียนรู้ความมตะของโลก
เมื่อใดก็ตามที่เขาตระหนักรู้ความจริง
เขาจะต้องพลิกกลับเส้นทาง
เพื่อทวนสายน้ำคืนสู่มรรคาอมตะ
กลับต้นไม้แห่งชีวิตของตนเองให้ถูกต้อง
เพื่อเจริญสู่การมีชีวิตนิรันดร์
เพื่อเป็นผู้ที่ไม่แก่ไม่ตายและทรงชีวิตเป็นนิรันดร์
























