โครงสร้างของร่างแห่งแสงในกายมนุษย์

โครงสร้างของระบบร่างกายแห่งแสง

ของมนุษย์ตามหลัก #Kabbalah

แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ที่ร้อยต่อกันเป็นเส้นตรง

ตามแนวกระดูกสันหลัง

ดังแกนลำต้นของต้นไม้แห่งชีวิต

ก่อนที่จะแผ่ขยายสาขาน้อยใหญ่

ออกไปเป็นเส้นลมปราณย่อยในร่างกาย

เราอาจเรียกว่าจุดแก่นปราณหลัก

สามระดับ โดยแต่ละแก่น

เกิดจากการโคจรเป็นทรงกลม

ของกลุ่มเซฟิโรธ 3 จุดที่เกาะตัวกัน

เป็นสามเหลี่ยมแบบตรีเอกภาพ

แก่นปราณส่วนบน

เป็นแก่นปราณระดับสวรรค์

ได้แก่ ตรีเอกภาพของ

1. Keter - พระบัลลังก์

2. Hokhmah - พระปรีชาญาณ

3. Binah - พระประสงค์

แก่นปรานนี้คือส่วนของสมอง

และการหยั่งรู้ทางพลังงาน

การรับและส่งระหว่าง

ภายนอกและภายในของระบบ

แก่นปราณส่วนกลาง

เป็นแก่นปราณระดับมนุษย์

ได้แก่ ตรีเอกภาพของ

4. Hesed - พระคุณ

5. Gevurah - พระเดช

6. Tiferet - พระเมตตา

แก่นปราณนี้คือหัวใจ

และการรับส่งทางพลังงานความรู้สึก

รวมถึงการถ่ายทอดและบีบอัด

ทางพลังงานตลอดทั้งระบบ

แก่นปราณส่วนล่าง

เป็นแก่นปราณระดับโลก

ได้แก่ตรีเอกภาพของ

7. Netzah - พระเกียรติ

8. Hod - พระสิริ

9. Yesod - พระคูหา

แก่นปราณนี้คือท้องน้อย

ที่เป็นจุดตัดระหว่างไตและอวัยวะเพศ

ทำงานเกี่ยวกับสัญชาตญาณ

การดำรงอยู่และการเอาตัวรอด

เรียกกันว่าพลังสามผสานแห่ง

สวรรค์,โลกและระหว่างฟ้าดิน

แก่นปราณทั้งสามจะทำงานร่วมกันตลอดเวลา

เป็น #ธรรมจักร ในระบบอัตโนมัติ

ตามการหายใจเข้าออกของมนุษย์

ตราบใดที่มีการหายใจ

แก่นปราณทั้งสามก็จะทำงาน

และดำรงอยู่เพื่อผลิตสร้าง

พลังงานแห่งชีวิต

หากวันใดมนุษย์รูปธรรมนั้น

เลิกหายใจ โดย #พระจิต

เสด็จออกจากพระบัลลังก์

แก่นปราณทั้งหมด

ก็จะสลายออกเป็นพลังงานที่กระจัดกระจาย

ทำให้พลังงานชีวิตไม่มีการสร้างใหม่

และหมดสิ้นไป ไม่มีความร้อน ความอ่อนนุ่ม

เป็นซากร่างที่แข็งทื่อและขาดพลังยึดเหนี่ยว

จนต้องสลายคืนสู่ธุลีในที่สุด

2/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการศึกษาเรื่องโครงสร้างของร่างแห่งแสงตามหลักคัมภีร์คับบาลาห์ พบว่าแก่นปราณทั้งสามระดับนี้ไม่เพียงแค่เป็นโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ที่ผูกพันกับพลังงานในร่างมนุษย์ แต่ยังมีผลเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้ง แก่นปราณส่วนบนที่เกี่ยวข้องกับสมองและการรับรู้พลังงาน ช่วยให้เราเข้าใจและตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างจิตใจและพลังงานรอบตัว ซึ่งการฝึกสมาธิและการหายใจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้พลังงานจาก Keter, Hokhmah, และ Binah ไหลเวียนได้อย่างราบรื่น ช่วยให้สมองทำงานได้มีประสิทธิภาพและชัดเจนยิ่งขึ้น ในส่วนของแก่นปราณส่วนกลางซึ่งเชื่อมโยงกับหัวใจและความรู้สึก ผมพบว่าการเปิดรับพลังงานของ Hesed, Gevurah และ Tiferet ช่วยเพิ่มการตอบสนองทางอารมณ์และเพิ่มความรู้สึกเมตตาต่อตนเองและผู้อื่น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานความรู้สึกเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสมดุลทางจิตใจและการสื่อสารที่ดีในชีวิต ส่วนแก่นปราณส่วนล่างที่ทำงานเกี่ยวกับสัญชาตญาณและการดำรงอยู่ ช่วยเสริมความมั่นคงทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะพลังงานจาก Netzah, Hod และ Yesod ซึ่งผูกพันกับการเชื่อมต่อกับธรรมชาติและความเป็นอยู่ของเรา การฝึกฝนการรับรู้พลังงานเหล่านี้ช่วยให้เรารู้จักการจัดการกับความเครียดและความกังวลได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น การทำความเข้าใจโครงสร้างของร่างแห่งแสงในบริบทของคับบาลาห์จึงเป็นมากกว่าความรู้เชิงทฤษฎี แต่กลายเป็นแนวทางชีวประจักษ์ที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลและมีพลังงานชีวิตเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ ในภาพรวมการทำงานร่วมกันของแก่นปราณทั้งสามระดับยังสะท้อนถึงธรรมจักรของชีวิต ที่ไม่ว่าจะเป็นพลังจากสวรรค์ โลก หรือระหว่างกลาง ล้วนผสานกันอย่างกลมกลืนตามจังหวะของการหายใจ ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังชีวิตที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง