ทุกคนมีอิสระในการยืนยันความเชื่อของตน
“เลือกที่จะทำตามในสิ่งที่ตนเชื่อ
จงยึดมั่นในวิถีแห่งตน”
ความหมายของทางแพร่งนั้น
มักสื่อถึงทางเลือกที่แตกต่างออกไปจากเดิม
การเบี่ยงเบนไปจากสิ่งเดิม
ทางเลือกใหม่ที่แตกต่าง
ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก
ในการคิดตัดสินใจกระทำ
เพราะเราไม่อาจมั่นใจได้เลยว่า
สิ่งที่ตนเลือกนั้นจะถูกต้องจริงแท้หรือไม่
และมนุษ ย์เรานั้นไม่อาจตัดสินผู้อื่นได้ว่า
ใครถูกหรือผิด ดีหรือชั่วไปมากกว่ากัน
เพราะความคิดที่แตกต่าง
และความเห็นที่หลากหลาย
เป็นเรื่องธรรมดาของทัศนะ
และบรรทัดฐานของมนุษย์แต่ละกลุ่ม
ผิดของเขาอาจถูกของเรา
การดีของเราอาจเป็นการชั่วในความคิดของผู้อื่น
ความแตกต่างเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
แต่มนุษย์ก็มีอิสระที่จะเลือก
เลือกที่จะกระทำตามความเชื่อของตนเอง
อย่างถึงที่สุด
หากความคิดสอดคล้องต้องใจต่อกัน
ย่อมร่วมทางกันจึงนับเข้าว่าเป็นคนประเภทเดียวกัน
หากความคิดแตกต่างย่อมต้องแยกทางกัน
เป็นคนละกลุ่มคนละพวกกัน
ก็นับได้ว่าเป็นภาพที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม
มีแต่เพียงพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น
ที่สามารถจะตัดสินได้อย่างแม่นยำว่า
อะไรคือความดีหรืออะไรคือความชั่วของมนุษย์
ยอดบุรุษขี่ม้าขาวถือดาบยาวคือกัลกิยาวตาร
อวตารปางสุดท้ายของพระนารายณ์
ผู้เป็นพระเป็นเจ้าสูงสุด
เชื่อกันว่าในยุคสุดท้ายของโลก
พระองค์จะทรงเสด็จมา
เพื่อทำการพิพากษามวลมนุษยชาติ
พระองค์จะทรงเลือกสรรคัดแยกคนดีไว้
เพื่อนำพาไปสู่ยุคศรีวิไลในโลกยุคใหม่
และในขณะเดียวกันก็จะตรงปราบเหล่าคนพาล
ที่เป็นภัยต่อโลกและสังคม
ทุกคนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ
เลือกที่จะทำตามความเชื่อของตนเองอย่างถึงที่สุด
ผิดถูกมิใช่หน้าที่ของมนุษย์
ที่จะมาพิพากษากันเอง
มนุษย์เราไม่อาจกล่าวโทษผู้อื่น
หรือชื่นชมตนเองให้ลำเอียงได้
มีแต่เพียงพระผู้เป็นเจ้าเท่าน ั้นที่จะสามารถ
พิพากษาตัดสินได้อย่างเที่ยงตรงแท้จริง


















































