Bromo trip EP1 เริ่มเลอะ! จะเป็นยังไงมาดูกันนนน 🌋
โพสนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของเรากับการมาประเทศอินโดนีเซีย และใช่ค่ะ เราเริ่มจากที่นี่ Bromo trip จากการไถโซเชี่ยลทำให้เรามาเจอกับสถานที่นี้ สวยจนตัดสินใจมาซะเลย ปล.ทริปนี้เป็นทริปที่นอนน้อยมาก แต่ความสวยของธรรมชาติคือคุ้ม ยอมแล้วโหมม55555
เรามาที่นี่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนะคะ เป็นช่วงที่ฝนไม่ตก เหมาะกับการมาเที่ยวที่นี่ โดยเราแพลนกับเพื่อนไว้ตั้งแต่ตุลาปีที่แล้ว (ปี68) จองตั๋วต้นเดือนมกราคม ปี 69 (ได้ตั๋วราราดี ไปกลับไม่เกิน 5 ใบเทาคับป๋ม)
การเดินทาง : สนามบินดอนเมือง - สุราบรายา
ไปถึงก็มี local guide มารับเดินทางไปยังที่พัก โดยมีการนัดรับเพื่อเริ่มเดินทางในเวลา ตี1 (01.00 น.)ระหว่างนี้ก็หาอะไรทานใกล้ๆที่พักและนอนเก็บแรงให้ได้มากที่สุด
ตี1 เริ่มออกเดินทางจากที่พัก และจุดแรกที่เราจะไปชื่อว่า “Kingkonghill” เป็นจุดชมวิวยอดนิยม อันนี้แหละคือไฮไลท์ของทริปนี้ เป็นที่ที่เราเห็นจนต้องมาจนได้ 🫠 นั่งรถไปสักพักไกด์ก็จะพาไปเปลี่ยนเป็นรถจิ๊บ เพื่อเดินทางต่อไปยังร้านกาแฟจุดเริ่มต้นการเดิน (ปล.รถนั่งได้ 4 คนต่อ 1 คัน) เมื่อไปถึงก็นั่งหาอะไรทานรองท้อง ผิงไฟไป เพราะอากาศด้านบนหนาวนะคะ ตอนเราไปประมาณ 15 องศาเลย
🕰️ เวลา 05.00น. ออกเดินทางไปรอที่จุ ดชมวิว และชื่นชมบรรยากาศของที่นี่กัน อยากจะบอกว่าเรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจสุดๆ คือสายภูเขาฟินมาก ทำไมอินโดสวยขนาดนี้ ดีใจจริงๆที่ตัดสินใจมา มันฮิลใจมากๆ อิ่มเอมบอกไม่ถูก ที่ตื่นเช้าเดินทางมาตั้งนานคือหายเหนื่อย สนุกกับการถ่ายรูปและวิดีโอสุดๆแต่ถ่ายยังไงก็เก็บความสวยของที่นี่ไม่หมด และประมาณ 7.30-8.00 น. ก็เริ่มเดินทางไปยังจุดถัดไปต่อ ส่วนจะไปตรงไหน โปรดติดตามได้ใน EP2 ค่าา รับรองว่าสวยไม่แพ้กับตรงนี้เยยย King Kong Hill #Bromo #โบรโม่ #อินโดนีเซีย #indonesia #เที่ยว
การเดินทางไปยังภูเขาไฟโบรโม่ (Bromo) ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับคนรักธรรมชาติและการผจญภัย จากการตื่นเช้าตี 1 เพื่อออกเดินทางและรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Kingkonghill นั้น ต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมกับความเหนื่อยล้า เพราะอากาศหนาวถึงประมาณ 15 องศาเซลเซียส ทำให้การนั่งรอและผิงไฟที่ร้านกาแฟภายในจุดเริ่มเดินขึ้นเขากลายเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก จากประสบการณ์ตรง การขึ้นไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นนั้นรถจิ๊บที่รับผู้โดยสาร 4 คนต่อคัน เป็นทางเลือกที่สะดวกและสามารถชมวิวรอบข้างระหว่างทางได้ดี ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าแค่การชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่ความจริงแล้วการได้สัมผัสบรรยากาศรอบๆ ทั้งทะเลหมอกและภูเขาไฟ ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงรักและอยากกลับไปอีกครั้ง นอกจากนี้ การเลือกเดินทางช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะฝนไม่ตกและท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน ไม่สร้างความรำคาญต่อการชมวิว ส่วนเรื่องการจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อยตั้งแต่ต้นปี ก็ช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้ดีและมั่นใจว่ามีที่นั่งเพียงพอ สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยว Bromo อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศหนาว และเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อม เพราะบรรยากาศทั้งตอนพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกนั้นสวยงามอย่างน่าทึ่ง ถ่ายภาพได้ไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว สุดท้าย การได้เห็นวิวสวย ๆ ของภูเขาไฟโบรโม่ในครั้งแรกนี้ ทำให้รู้สึกสดชื่นและประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว ทริปนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรักการเดินทางและต้องการสำรวจธรรมชาติในอินโดนีเซียต่อไปอย่างแน่นอน









