รีวิว Smile pro 2.0 แบบตาใหม่ใกล้ฉัน👀✨

ความฝันสูงสุดคนสายตาสั้นคือการได้มองเห็นทุกอย่างชัดอีกครั้งด้วยตาเนื้อตัวเอง วันนี้ปลดล็อคแล้วววว👁️✨

🫶🏻ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพและคุณหมอชญานีที่ดูแลอย่างดีและจัดการทุกอย่างรวดเร็วว่องไวมาก ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาคือตอบโจทย์สุดๆ ทุกขั้นตอนรอไม่นาน และมีขั้นตอนการตรวจตาละเอียดมากค่ะ 😽

🌫️ตอนทำเสร็จทันทีจนถึงช่วง 4 ชั่วโมงแรกๆของ smile pro วิสัยทัศน์จะค่อนข้างเหมือนมีหมอกลง ตามกลไกของการผ่าตัด และจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เอาจริงๆถ้าเราหาข้อมูลและศึกษาดีแล้ว ไม่น่ากลัวเลยค่ะ ส่วนตัวเมวันแรกหลังหลับไป 1 ตื่น ก็เริ่มมองเห็นได้ชัดเจนแล้ว แต่อาจจะยังมีมัวๆหมอกๆอยู่บ้าง วันที่สองก็เริ่มเห็นตัวหนังสือระยะไกลคมขึ้น เทียบกับผลข้างเคียงและความ invasive ของเครื่องมือ ถึงแม้ว่าเฟมโตหรือเลสิกใบมีดจะทำให้เห็นชัดและคมแบบทันที แต่เมสบายใจกับเทคนิคแบบที่ไม่ต้องเปิดกระจกตามากกว่า เห็นชัดช้าๆแบบค่อยเป็นค่อยไปและหลังยาชาหมดฤทธิ์เมไม่รู้สึกเคืองตาเลยค่ะ

🌟เมสั้น L 500 เอียง 300 R 350 เอียง 200 ปัญหาหลักๆของก่อนทำคือเอียงเลยค่ะ ทำให้ต่อให้ใส่คอนแทคเลนส์ที่ค่าสายตาพอดีแล้วก็ยังปวดหัว เพราะฉะนั้นหลังทำ ปัญหาแสงแตกที่เจอหลังทำเทียบไม่ได้กับก่อนทำเลย อันนี้คือดีมากๆ ❤️❤️

‼️ทำมาแล้วก็มีโอกาสที่ค่าสายตาจะกลับมาได้นะคะ แต่จะไม่เท่าค่าเดิม หมอบอกมีโอาส 50 75 100 ได้ ซึ่งถ้าเราเป็นคนสายตาสั้นมากๆ ระดับกลับมาสั้นแค่ 100 คือพอรับไหวแน่นอน5555

#เลสิค #lasik #สายตาสั้น #สายตาเอียง #ประสบการณ์เจ็บป่วย

4/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามว่า “Smile Pro คืออะไร” เลยขอเล่าแบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ที่ไปทำจริง (สายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง) เผื่อช่วยตัดสินใจได้มากขึ้นค่ะ Smile Pro เป็นเทคนิคแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ในกลุ่ม SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) จุดเด่นคือแผลเล็กกว่าเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา เพราะคุณหมอจะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเลนส์เล็กๆ ในกระจกตาแล้วนำออกผ่านรอยแผลขนาดเล็ก ทำให้หลายคนรู้สึกสบายตากว่าในช่วงพักฟื้น และลดความกังวลเรื่อง “การเปิดฝากระจกตา” สำหรับคนที่กลัวการกระทบกระเทือนตาหลังทำค่ะ สิ่งที่คนค้นหาเยอะคือทำแล้วเห็นชัดเลยไหม? จากที่เจอเอง ช่วง 0–4 ชั่วโมงแรกหลังทำจะเหมือนมี “หมอก” บังๆ ตามกลไกของการผ่าตัดและการบวมนิดหน่อยของผิวตา พอกลับไปพัก หลับตาให้เยอะๆ วันถัดมาจะเริ่มเห็นดีขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ (ของเราวันแรกหลังตื่นนอนเริ่มใช้ชีวิตได้แล้ว แต่ยังมีมัวๆ บ้าง และวันที่สองตัวหนังสือระยะไกลเริ่มคมขึ้นค่ะ) อีกคำถามคือเหมาะกับใคร? โดยทั่วไปคนที่สายตาสั้นและ/หรือสายตาเอียงจำนวนมากมักสนใจ SMILE/Smile Pro เพราะแก้ปัญหาการมองไม่ชัด ปวดหัวจากเอียง หรือแสงแตกตอนกลางคืนได้ดีขึ้น แต่ความเหมาะสมต้องให้คุณหมอประเมินจาก “ความหนากระจกตา ค่าสายตา ความแห้งตา และสภาพตาอื่นๆ” ก่อนเสมอ ซึ่งขั้นตอนตรวจตาละเอียดมาก แนะนำเผื่อเวลาไว้ตามที่รพ.แจ้งนะคะ เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกจุดที่คนอยากรู้ จากใบเสร็จที่เราได้มา ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 88,300 บาท (รวมค่าตรวจและค่ายาบางส่วน รวมถึงการตรวจเลือดที่จำเป็นตามแนวทางรพ.) แต่ราคาจริงอาจต่างกันตามโปรและรายการตรวจของแต่ละคน ควรขอใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจค่ะ หลังทำควรดูแลยังไงให้ผลลัพธ์ดีขึ้น? ทิปที่ช่วยเราได้คือ 1) หยอดยาตามแพทย์สั่งตรงเวลา 2) งดขยี้ตาเด็ดขาด 3) ใส่แว่นกันแดดเวลาออกข้างนอกช่วงแรกเพื่อลดแสงจ้า/ฝุ่น 4) ลดจอ-พักสายตาบ่อยๆ ใน 1–2 วันแรก และ 5) ไปนัดติดตามผลให้ครบ เพราะคุณหมอจะเช็กความเรียบร้อยของแผลและความชัดแบบเป็นขั้นๆ สุดท้าย หลายคนกลัวว่าค่าสายตาจะกลับมาไหม—มีโอกาสกลับมาได้จริง แต่โดยมากไม่ได้กลับมาเท่าเดิม (หมอที่ดูแลเราประเมินว่าอาจกลับมาประมาณ 50–100 แล้วแต่ปัจจัย) ถ้าเราใช้งานสายตาหนักมากๆ ก็ควรดูแลเรื่องพักสายตาและความแห้งตาไปด้วยค่ะ หวังว่าคำตอบเรื่อง “Smile Pro คืออะไร” + ประสบการณ์จริงนี้จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นนะคะ ถ้าใครกำลังชั่งใจ แนะนำเริ่มจากไปตรวจประเมินก่อน แล้วค่อยเลือกเทคนิคที่เหมาะกับตาตัวเองที่สุดค่ะ