EPS (Earnings Per Share – กำไรต่อหุ้น

EPS (Earnings Per Share – กำไรต่อหุ้น

กำไรสุทธิของบริษัทต่อจำนวนหุ้นทั้งหมด

สูตรคำนวณ

EPS จำนวนหุ้นทั้งหมดกำไรสุทธิของบริษัท

ตัวอย่าง

บริษัทมีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท

มีหุ้นทั้งหมด 10 ล้านหุ้น

→ EPS = 100,000,000 ÷ 10,000,000 = 10 บาทต่อหุ้น

เคล็ดลับ

EPS สูง → กำไรต่อหุ้นมาก นักลงทุนมักมองว่าหุ้นมีศักยภาพดี

EPS ต่ำ → กำไรต่อหุ้นน้อย ต้องวิเคราะห์ปัจจัยอื่นประกอบ

EPS คือกำไรต่อหุ้น 💰

บริษัทกำไร 100 ล้าน, หุ้น 10 ล้าน → EPS 10 บาท

ตัวเลขนี้ช่วยวัดว่าหุ้นทำกำไรต่อหุ้นมากหรือน้อยค่ะ

#invest #finance #การเงิน #การลงทุน #หุ้น

2025/10/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมEPS หรือ Earnings Per Share คือหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญมากสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินศักยภาพและผลประกอบการของบริษัท โดยการดู EPS จะช่วยให้เราทราบว่าบริษัททำกำไรได้เท่าไหร่ในแต่ละหุ้น ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยให้การเปรียบเทียบระหว่างบริษัทหรืออุตสาหกรรมเดียวกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม EPS สูงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการตัดสินใจลงทุน เพราะบางครั้งบริษัทที่มี EPS สูง อาจเกิดจากจำนวนหุ้นที่ลดลง หรือมีการซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นดูสูงขึ้น ในทางกลับกัน EPS ต่ำ อาจเกิดจากการขยายหุ้นหรือมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เป็นผลชั่วคราว ดังนั้นควรพิจารณาควบคู่ไปกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น รายได้สุทธิ แนวโน้มธุรกิจ และสภาวะตลาดทั่วไป นอกจากนี้ การเปรียบเทียบ EPS ในหลายช่วงเวลาของบริษัท จะช่วยให้เห็นทิศทางการเติบโตหรือถดถอยของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุนระยะยาว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง นักลงทุนควรเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ เช่น P/E ratio (อัตราส่วนราคาต่อกำไร), ROE (ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น) ที่สามารถช่วยเสริมให้การวิเคราะห์หุ้นมีมิติครบถ้วนมากขึ้น สรุปได้ว่า การใช้ EPS เป็นเกณฑ์หนึ่งในการประเมินหุ้นเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่ควรใช้ร่วมกับข้อมูลและตัวชี้วัดอื่น ๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนและลดความเสี่ยงในการลงทุน