Automatically translated.View original post

The savings line must be 📌 EP.2.

# Strong Light Creator Molding Mission # Savings plan # Saving money for the future

Come to speak

Money Allocation Section (Money Allocation)

Many people see through their eyes about dividing money into parts.

This will share what proportion of the money is shared.

We use it in a way that is popular.

* 50% cost required

* 30% cost of happiness

* 20% savings

Necessary Expenses (Essential Expenditures) account for 50%

It is a cost necessary to sustain a living.

Sample

* House rent

* Food cost

* Travel expenses

* Medical expenses

Happiness Expenses (expenses for happiness) account for 30%.

It's a pleasure-enhancing expense. I really like this part, but I have to share it well, everyone. Don't be too extravagant.

Sample

* Watch a movie

* Cafe

* Shopping

* Travel

* Hobbies

Savings (savings) account for 20%

As part of the future financial goals, we are studying. Everyone is not very knowledgeable.

Sample

* Emergency reserve ‼️

This is very important for us to try to save 3-6 times the cost per month in case of losing a job or changing a new job that needs to start a little money.

* Retirement money

* Consolidated funds

* Shares

* ETF

* Deposit

Circle Graph (Pie / Donut Chart)

Each part color instead

🔵 Blue = Necessary Expenses

🟠 Orange = Happiness Expenses

🟢 Green = Savings

Can put their own real percentage, such as

* 55% required cost

* 20% happiness cost

* 25% savings

Take as convenient

7/1 Edited to

... Read moreการแบ่งสัดส่วนเงินตามหลัก 50/30/20 ที่แชร์ในบทความนี้ถือเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยให้เรามีวินัยทางการเงินอย่างชัดเจนและสามารถปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการกันเงิน 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เพื่อให้เรามีความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะปรับได้ตามสถานการณ์ เช่น ค่าเช่าบ้านอาจเป็นรายจ่ายใหญ่ ส่วนค่าเดินทางหรืออาหารก็ต้องจัดสรรอย่างรอบคอบ ส่วนค่าใช้จ่ายความสุข 30%เป็นบรรทัดฐานที่เหมาะสมในการรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและความสุขส่วนตัว ผมแนะนำให้ใช้เงินในส่วนนี้กับกิจกรรมที่สร้างความสุขจริงๆ เช่น การดูหนัง การไปคาเฟ่ ท่องเที่ยว หรือทำงานอดิเรก เพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัดกับการออมจนเกินไป แต่ต้องระวังอย่าฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เรื่องของเงินออมหรือ Savings 20% เป็นส่วนที่หลายคนมองข้ามแต่สำคัญมากที่สุด โดยเฉพาะเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การตกงาน หรือการเริ่มต้นงานใหม่ที่รายได้ยังไม่แน่นอน นอกจากนี้ สำหรับการลงทุนในกองทุนรวม หุ้น หรือ ETF ก็ควรเริ่มศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังเพื่อวางแผนอนาคตทางการเงินให้มั่นคงมากขึ้น ส่วนตัวผมเริ่มทดลองลงทุนแบบมีเป้าหมาย เช่น เพื่อเงินเกษียณ หรือเพื่อซื้อบ้านในอนาคต สุดท้าย อยากแนะนำให้ทำการติดตามและปรับเปลี่ยนสัดส่วนเงินที่แต่ละคนเหมาะสมกับวิถีชีวิตจริง เช่น บางเดือนอาจเพิ่มเงินออมได้มากขึ้นหรือลดค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขลง และใช้เครื่องมือ เช่น ตารางรายรับรายจ่ายที่นำเสนอในบทความนี้ เพื่อวางแผนการเงินอย่างมีระบบ ที่สำคัญ การมีวินัยทางการเงินและตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้การออมเงินสำเร็จได้จริงและมีความสุขไปพร้อมกันครับ