รีวิวการเที่ยวไต้หวันคนเดียวเดือนมิถุนายน 2567

นี้เป็นการไปเที่ยวคนเดียวในต่างประเทศครั้งแรกเพราะอยากให้รางวัลตัวเอง

โดยเริ่มที่จองตั๋วที่งานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลกครั้งที่29 ช่วงเดือนมกราคา 2567 คือตอนนั้นคืออยากไปเที่ยวมากๆ แล้วยังไม่ได้ตัดสิ้นใจวันแน่นนอนด้วยนะ แต่คือพี่ที่เคาเตอร์ก็ถามว่าไปไหม ราคามันดี ก็เสร็จเขาเลยจร้าจองไปเลยตรงนั้น ปล.ก่อนจองคือกดเสี่ยงทายลูกเต๋าว่าการเดินทางครั้งนี้จะราบรื่นไหมแล้วมันออกมาดีเลย จองตั๋วไปหมดไปประมาณ 9000 บาท/ไปกลับ (ไปวันที่31 พ.ค-4 มิ.ย) ค่าที่พัก 4 คืน 3883 NTD

🌞 วันที่ 1:ลงเครื่องเช้าเลยไปแต่งหน้าแบบนานพอสมควรออกมาคนไปหมดแล้วเลยไปกด lucky draw taiwan แล้วได้จร้าแบบสุดยอดไปเลยแม่ เพราะให้น้องที่ทำงานที่ดวงดีกดให้ก่อนมา

แล้วก็นั่งรถไฟสายสีม่วงไป📍: Xpark แต่แบบว่าไปถึงตอน 9 โมงเขายังไม่เปิด เลยต้องนั่งรอ (เซงนิดหน่อยเพราะแบบมันยังไม่มีไรเปิดเลย เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปตอน 10.00 โมง)

ปล.ใน Xparkเขาไม่ให้ใช้ขาตั้งโทรศัพท์เลยถ่ายรูปได้นิดเดียว 🥲 แล้วก็กลับไปที่พัก เพื่อฝากกระเป๋าแล้วก็ไป📍:วัดหลงซานเพื่อขอพรที่ไหว้งง แต่ไหวนะ ก่อนไปเดินเล่นตลาดข้าววัดเพื่อไปกินกัวเปา แล้วต่อด้วยไป📍:ximen night market เพื่อไปดู pop mart ก่อนจะกลับที่พัก

🌞 วันที่ 2:

ทำแผนไว้ว่าจะไป📍:wulai ด้วยการนั่งรถเมย์(ฉันภูมิใจในตัวเองมากที่นั่งรถเมย์ในประเทศอื่นได้ แต่ว่าฉันเดินหาป้ายรถเมย์นานมากทั้ง ๆ ที่มันอยู่ใกล้แต่ฉันเดินอ้อม บ้าบอสุด เพราะฉะนั้นขอแชร์ที่ขึ้นรถเมย์ค่ะ : https://maps.app.goo.gl/fuDA9KSpQkKu8DtRA (臺北車站(青島 Qingdao) ออกทาง M8นะจ๊ะ

ก่อนไปขึ้นรถก็ไปข้าวปั้นเจ้าดังที่ยู่ตรงข้ามป้ายรถเมย์ แต่ยังไม่ทันกินรถเมย์สาย849 ก็มาโดยที่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้า แล้วก็นั่งต่อแบบยาวๆ 45 นาที ลงมาคือหิวมากกกกก เลยเดินกิน เสร็จแล้วก็ขึ้นไปดูน้ำตกด้วยรถราง ถ่ายรูปเล่น 📷ประมาณชม.กว่าด้วยขาตั้งกล้อง แล้วก็เดินกลับลงมาเพื่อไปแช่ออนเซนชิวๆ ก็ปาไปบ่าย 3 แล้ว ก็เลยนั่งรถบัสกลับเข้าเมือง

ปล.ดูตารางตอนกลับกันก็ดีนะเพราะจะได้ไม่ต้องนั่งรอรถ //เหนื่อยรอจร้าแม่

🌞 วันที่ 3 :เป็นวันซื้อของฝากโดยใช้ luck draw ให้หมด

โดยวันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะอยากไปกินที่

📍:ร้านgan Mei alley คือจานใหญ่แบบอิ่มมากเลย นั่งย่อยแปปนึงแล้วค่อยไปตามล่าของฝาก

ปล.ที่จริงจะไปหาบุฟเฟ่กินแต่ว่าจองไม่ทันเลยซื้อของแทนเพราะฉะนั้นคนที่ได้สิทธินี้รีบหาที่จองบุฟเฟ่ละ

ที่ที่จะไปซื้อของฝากที่เราไปมาที่แรกจะเป็น📍:Taipei 101 (ไปดูเฉยๆ)

📍:grand hyatt taipei (ไปซื้อบะหมี่มิชลิน +ช็อกโกแลต)

📍:Hotel Royal Nikko (ไปซื้อพายสับปะระ +นัตกูคืออร่อยมาอันนี้จะไปซ้ำ!!)

ตอนเย็นฝนตกหนักมากแต่อยากไปเที่ยวเลยออกไปที่

📍:raohe night market โดยแวะมูเตลูที่วัดSongshan Ciyou Temple (松山慈祐宮) ก่อนที่จะไปเดินตลาดแล้ววันนั้นเขามีแสดงน้ำพอดีโชคดีมาก แต่ว่ามีฝนตกร้านค้าเลยไม่ค่อยเยอะ 😑 แล้วก็กลับที่พัก

🌞 วันที่ 4:วันนี้คืองงสุดเพราะไม่ได้เตรียมตัวว่าจะไปไหนแต่ก็ตื่นเช้าแล้วนั่งรถไฟไป📍:taoshi station โดยที่นั่ง TRA ไปลง keelung (46 min) แล้วต่อด้วยรถเมย์ที่อยู่ตรงวัตสันใกล้ ๆ สี่แยก นั่งสาย 862 หรือ 505ลงสถานี tiaoshi อันนี้คือนั่งนานมากเอาจริงแล้วคือบงสถานีก่อนหน้าก็ได้นะวิวสวย้หมืนกันคนไม่เยอะด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะลำบากตอนโบกรถเมย์กลับไหมนะ

ปล.วันนั่นโหลดแอปรถเมย์ไปคือช่วยชีวิตเพราะเวลามันตรงมาก

ขากลับคือนั่งสายเดิมแต่ขึ้นตรงข้ามสถานีมาลงที่keelung station แล้วก็หาที่📷 ต่อ📍:Zhengbin Port Color Houses 正濱漁港-彩色街屋 เดินทางโดยจากkeelung station แล้วเดินไปตรง

Erxin Branch นั่งรถเมย์ 101 ไปลงHeping Elementary School (Buddha Temple) ซึ่งรถแค่นั่ง 7 นาที

แต่คือบ่ายกว่าแล้วเลยไปนั่งกินบะหมี่ที่ร้าน

八方雲集鍋貼水餃專賣店(基隆中正店)

อยู่ใกล้ ๆ กันเดินมากินแนะนำชามใหญ่มากกกก ก่อนที่จะเดินไปที่เดินไปตรงป้ายรถเมย์ตรงที่ำปถ่ายตึกเลยเพื่อไป

📍:Heping Island GeoPark

和平島地質公園 Heping Island GeoPark ซึ่งการเดินทางง่ายมากแค่ โดยนั่งรถสาย 101 มาลงป้ายใกล้ๆ แล้วเดินต่อนิดหน่อยก็ถึงแล้ว

คือตรงนี้คือชอบที่สุดในไต้หวันที่มาครั้งนี้เลยอะ มันสงบมาก 📷ไปเยอะมาก เสร็จแล้วเรายังไม่หยุดจร้าผมไปต่อที่📍:จิ่วเฟิ่น 九份老街 โดยการเดินทางจากHeping Island GeoPark ไปจิ่วเฟินคือตอนแรกอ่านมาว่าเรียกแกรบก็ได้แต่เสียประมาณ 400NTD แต่แบบอยากหาคนหารเลยเดินไปถามเดินที่เหมือนเขาจะไปจิ่วเฟินก็ถามๆดูว่าไปด้วยได้ไหมเขาบอกได้เลยไม่ได้กดแกรบไปแท็คซี่ที่จองข้างหน้า แต่ก่อนไปคือตอนแรกฉันจะขึ้นแท็คซี่คนเดียวเขาก็บ่นๆให้ไปหาเพื่อนมานั่งด้วยไปคนเดียวไม่ได้นู้นนี้ แล้วฉันก็ทะเลาะกับนางนิดหน่อยแต่ก็ผ่านไปด้วยดี

เพราะฉะนั้นแนะนำกดแกรบไปเลยดีสุดจะได้ไม่ต้องเถียงกับแท็คซี่บ้าบอสุด ดีที่พูดจีนได้

พอไปถึงก็ไป 📷นิดหน่อยแต่คือคนเยอะเกินนนน

เลยเดินชมเฉยๆ แล้วคือรู้สึกดีมากเดินผ่านร้านเครื่องดนตรีนึงเขาเล่นเพลง HBD แล้วคือพรุ่งนี้วันเกิดฉันด้วยคือเป็นสุขมากคะ เสร็จแล้วพอใกล้จะ 1 ทุ่มเลยหาทางกลับบ้านโดยไปเดินดูตรงป้ายรถเมย์ คือแนะนำเลยว่าเดินขึ้นไปป้ายบนๆ จะได้นั่งแล้วก็ตอนรอแถวให้ดูด้วยว่าเขาเขียนว่าไปไหนอย่าไปต่อแถวผิด ไม่งั้นลุงคนขับรถเขาจะบ่น แต่แรงสุดคือไม่ให้ขึ้นเลยจ๊ะ โหดมากนะเขาพูดแต่ภาษาจีนด้วย

🌞 วันที่ 5: วันเกิดฉันและกลับไทยจร้า กลับประมาณเที่ยงแต่คือฉันพลาดที่มันฝากกระเป๋าที่สนามบินฉันไม่รู้ว่าต้องฝากก่อน 2ชม.เลยอดเลย เซง

💵 ค่าใช้จ่ายทั้งหมด: ~20000 บาท

#Taiwan

5/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่เสิร์ชคำว่า “บ้านไต้หวัน” มักอยากได้ฟีลบ้านเมือง/ตึกสีๆ แบบที่เห็นในรูป (ซึ่งทริปนี้เราชอบมาก) เลยขอมาเสริมจุดเช็กอินแนว “บ้านไต้หวัน” ที่ไปจริงแล้วถ่ายรูปสนุก พร้อมทิปเล็กๆ ให้ไปตามได้ง่ายขึ้นค่ะ 1) Zhengbin Port Color Houses (正濱漁港-彩色街屋) = บ้านสีที่ต้องมี ที่นี่คือโซนบ้านสีสันสดใสริมน้ำ บรรยากาศเหมือนเมืองท่าเล็กๆ ถ่ายรูปออกมาน่ารักมาก แนะนำไปช่วงบ่ายแก่ๆ แสงจะนุ่มกว่าตอนเที่ยง และคนไม่แน่นเท่าช่วงวันหยุดบางวัน ทิปถ่ายรูปของเรา: ลองยืนฝั่งตรงข้ามแนวบ้านสี (ฝั่งริมถนน/ทางเดินริมน้ำ) จะเก็บเฟรมได้กว้าง เห็นทั้งบ้านสีและน้ำในภาพเดียว 2) Tiaoshi Station (跳石) = ป้ายสถานี/บ้านเล็กๆ ริมทะเล ฟีลญี่ปุ่นนิดๆ เราไป Tiaoshi เพราะอยากได้ฟีล “บ้านไต้หวันริมทะเล” แบบชุมชนเล็กๆ เงียบๆ จุดที่สะดุดตาคือป้ายรถเมล์/ป้ายสถานีเล็กๆ หลังคาแดงน่ารักมาก แถมวิวทะเลด้านหลังคือดี ถ้าคนไม่เยอะจะถ่ายได้สบาย ข้อควรระวัง: เช็กเวลา รถเมล์/รถไฟให้ดี เพราะถ้าพลาดรอบอาจต้องรอนาน (เราใช้แอปรถเมล์ช่วยแล้วชีวิตดีขึ้นมาก) 3) Keelung & ย่านท่าเรือ = บ้านเมืองแบบโลคอล ถ้าอยากเห็น “บ้านไต้หวัน” แบบคนท้องถิ่นจริงๆ ลองเผื่อเวลาเดินเล่นแถว Keelung Station และตรอกซอยรอบๆ จะได้บรรยากาศเมืองท่า มีร้านเล็กๆ ให้แวะกิน แวะพัก ก่อนต่อรถไปจุดถ่ายรูปอื่น 4) Jiufen (九份老街) = บ้านโบราณบนเขา ฟีลเมืองเก่า จิ่วเฟิ่นคนเยอะจริง แต่ถ้าชอบบ้านเก่าๆ ทางเดินแคบๆ โคมแดงๆ มันเป็น “บ้านไต้หวัน” อีกแบบที่ไปแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมดัง แนะนำไปวันธรรมดาหรือไปเช้าหน่อย/เย็นหน่อยเพื่อลดคน และถ้าจะกลับเมืองให้เดินไปป้ายรถเมล์ที่สูงขึ้นนิดนึง โอกาสได้นั่งจะมากกว่า 5) Heping Island GeoPark = ธรรมชาติริมทะเลที่ทำให้ทริปละมุนขึ้น แม้ไม่ใช่ “บ้าน” โดยตรง แต่เป็นอีกจุดที่เราโหวตว่าควรไปสุดๆ เพราะสงบ ถ่ายรูปกับโขดหินและทะเลได้เยอะ มีมุมเหมือนกรอบรูปให้ถ่ายด้วย ถ้าวางแพลนโซน Keelung อยู่แล้ว ใส่ที่นี่เข้าไปคือคุ้มมาก สรุปเส้นทางแบบทำตามง่าย (โฟกัสบ้านไต้หวัน/โซนทะเล) เช้า: ออกจาก Taipei ไป Keelung สาย-บ่าย: Zhengbin Port Color Houses (บ้านสี) บ่าย: Heping Island GeoPark (ทะเล+โขดหิน) เย็น: ต่อไป Jiufen (บ้านเมืองเก่า) แล้วกลับไทเป หวังว่าส่วนเสริมนี้จะช่วยให้คนที่หา “บ้านไต้หวัน” ได้ไอเดียมากขึ้นนะคะ โดยเฉพาะสายชอบถ่ายรูปบ้านสี บ้านเมืองเก่า และวิวทะเลแบบชิลๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕