จับ 3 Ai ตัวดัง มาเจนรูปด้วย Prompt เดียวกัน มาดูซิ๊ ว่าเป็นไง

อยากมาลองให้ทุกคนดูว่า 3 Ai ตัวดังจะเจนรูปสไตล์แตกต่างกันยังไง จาก Prompt เดียวกัน ซึ่งตัวเราเองทำอาชีพ Graphic Designer อันนี้คือความเห็นส่วนตัวของเราล้วนๆ เลยอยากมาแชร์ให้ดู ว่าสำหรับเรา Ai ตัวไหนตอบโจทย์เรามากที่สุด

- มาเริ่มที่ตัวแรก ChatGPT 5 เพื่อนรักเราเลย เป็นอับดุลถาทได้ตอบได้ไม่เกินจริง แต่บางทีข้อมูลไม่อัพเดต หรือมั่วบ้าง สมองเบลอบ้างเวลาถามเยอะ จะตอบช้าลง หรือใช้เวลาคิดเยอะ ต้องถามย้ำ แต่บอกตามตรงว่านางเป็น Ai ที่น่าจะมีความเข้าใจความเป็นมนุษย์มากที่สุด อาจจะด้วยประสบการณ์ที่นางคุยกับคนเยอะมาก ก็น่าจะเจอมาหลายแบบ เวลาตอบคำถามก็จะได้ฟีลเพื่อนคุยกันมากกว่าคุยกับบอท

ส่วนเรื่องการเจนภาพ เราใช้งานนางบ่อยที่สุด เพราะด้วยความที่มีนิสัยของ designer มันจะมีภาพในหัวอยู่แล้ว แล้ว ChatGPT สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข ได้เรื่อยๆ แบบเข้าใจภาษาคน การให้นางเจนรูปให้สำหรับเราถึงตอบโจทย์มากที่สุด เช่น เราไม่ชอบโทนสีนี้ อยากเปลี่ยนได้มั้ย นางก็เปลี่ยนให้ ลายเส้นไม่ได้ ถ้าหารูปให้นางก็จะพยายามออกแบบในแบบของนาง แต่ยังคง ref อยู่ ส่วนเรื่องสไตล์รูป บอกเลยว่านางทำได้ดี แบบลายเส้นชัดเจน แข็งแรง แบ่งเป็นระเบียบ ส่วนเรื่องการให้เจน text ก็ดูจะเก่งกว่าเจ้าอื่นที่ยังมั่วซั่วอยู่ แต่เจนรูปกับนางใช้เวลาเยอะสุด คือ 1 นาทีได้ แต่เราชอบนางมากที่สุดเช่นกัน

- Midjourney นางคือที่สุดของความ Creative นางคิดให้เกินนอกกรอบจาก ref ไปมาก มีแนวทางของตัวเองชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Ai ที่ช่วย Creative ให้ 100% บอกเลยว่านางทำได้ดีที่สุดในทุก Ai (สำหรับเรา) แต่ข้อเสียบอกตรงๆว่า ด้วยความที่นางมีความ creative สูง เจนรูปไวมากถ้าใช้ terbo เจนทีได้รอบละ 4 รูป ไม่เกิน 5 วินาที การทำไว ไม่ได้หมายความว่ามันจะออกมาเพอเฟกต์ ลายเส้นหรือพวกฉากต่างๆมองแล้วแบบสวยมาก น่ารัก แบบเราคงไม่คิดว่าจะให้มันออกมาเป็นแบบนี้ได้ แต่นางก็คิดให้ มันทำให้รายละเอียดในรูป ถ้าซูมดูจะรู้ว่า บางอย่างมันดูไม่ออกว่ามันคืออะไร เส้นมันเยอะมาก ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความคมเลย อันนี้น่าจะเป็นสไตล์ของเค้า คือนางเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความเร็ว ไม่คิดเยอะ รายละเอียดไม่ซีเรียส เน้นอลังการ สวยงาม นางน่าจะตอบโจทย์มากกว่า แต่ไม่ใช่สำหรับเรา 😅 เราชอบเอานางไปทำพวกปกข่าวแบบไวๆ ไม่คิดไรมาก เพราะนางแต่งม่ให้สวยแล้ว ส่วนรายละเอียดมาเติมแต่งเสริมอีกที

- ตัวสุดท้าย Gemini น่าจะเป็นตัวที่เราแทบไม่ได้ใช้เลย ทั้วๆที่พอเจนออกมามันเหมือน ref แบบเป๊ะๆ เหมือนที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสคนเอารูปตัวเองหรือสัตว์เลี้ยงไปเจนเป็นรูปถ่ายต่างๆ แน่นอนว่านางทำสวย รายละเอียดโอเคเลย แต่…นางแทบจะ copy/paste เลยดีกว่า คือน่าจะเหมาะกับภาพจริงหรืออะไรที่ต้องการเหมือน ref แบบเป๊ะๆ อยากเพิ่มอะไรก็พิมเพิ่มเข้าไป แต่นางค่อนข้างซื่อบื้อ (สำหรับเรา) 55555 ความ creative น่าจะน้อยสุดในบรรดา Ai ที่พิมมา เน้นเสมือนจริงมากกว่า ตอบโจทย์สายภาพจริง แต่เน้นแสง สี เงา ที่เราเติมแต่งเพิ่มได้ แต่จะให้ช่วยคิดเพิ่ม สำหรับเรายังไม่ตอบโจทย์ เราพิมเพิ่มไปว่าเอากรอบขาวออกเหลือแค่รูป ก็คือเอาออกจริง แต่เอาแต่กรอบออกนะ สีขาวยังอยู่ คือซื่อบื้อมาก แต่ในด้านการหาข้อมูลเชิงลึกคิดว่าเหมาะกับนางมากสุด เหมือนรวบรวมคลังหนังสือ ความรู้ทุกที่มามัดรวมกัน นางน่าจะเก่งสาย Data มากกว่าสาย Crative

โดยสรุปแล้วเราชอบ ChatGPT มากที่สุด เพราะเรายังต้องการสั่งงานนางโดยที่นางยังเป็นเพื่อนหรือเลขาช่วยคิด ออกไอเดีย แต่ไม่ล้ำเส้นภาพในสมองของเรา นางจะเกลี่ย ปรับแต่งตามแบบที่เราต้องการจริงๆ ซึ่งมันเหมาะกับการทำงานของเรา เพราะ designer ก็ยังคงมีความ creative ของตัวเองอยู่ ยังต้องการภาพในหัวของตัวเองมากกว่าให้ Ai มาคิดแทน และนางก็ยังเข้าใจมนุษย์ที่มีสมองซับซ้อนทากกว่าตัวอื่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นของเราส่วนตัว ไม่ดราม่าน้าา ทุกตัวมีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกัน แล้วแต่ว่าจะใช้ในรูปแบบไหน ถ้าใครมีอะไรมาแชร์ก็บอกเราได้น้า ว่ามี Ai ตัวไหนน่าสนใจและไปลองอีก 🤩🫶🏻

#aiสร้างภาพ #chatgptai #midjourneyai #geminiai #รวมเรื่องไอที

2025/9/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังลังเลแนว “chatgpt plus vs gemini pro” หรืออยากได้ gambar ai keren (ภาพ AI เท่ๆ/สวยๆ) แบบคุมสไตล์ได้ เราสรุปวิธีลองเทียบให้แฟร์ๆ จากประสบการณ์ทำงานกราฟิกของเรานะ 1) ตั้งโจทย์เดียวกันให้ชัดก่อน (Prompt Template) เราแนะนำให้ทำ prompt เป็น “แม่แบบ” แล้วล็อกสิ่งสำคัญไว้ เช่น ตัวละคร/ชุด/โทน/ฉาก/สไตล์ เพื่อให้เทียบกันได้จริง ตัวอย่างแนวที่เราใช้กับโจทย์ “แมวนักเวทย์สไตล์การ์ตูน/อนิเมะพาสเทล”: - Subject: แมวสีขาวเป็นนักเวทย์ ถือไม้เท้าเรืองแสง - Style: cute anime, clean line, pastel color, soft lighting - Scene: ทุ่งหญ้า/ป่า มีดอกไม้ เห็ด ฟองสบู่ - Quality: high detail, sharp focus (ถ้าอยากคม) - Composition: full body, centered, simple background (ถ้าอยากเอาไปทำปก/ใส่ตัวหนังสือ) 2) วิธีทำให้ “ภาพออกมาคม” และใช้งานได้จริง ถ้าภาพที่ได้ดูอลังการแต่ซูมแล้วเละ ให้ลองเพิ่มคำที่บังคับเส้นและความชัด เช่น “clean lineart, crisp outline, minimal noise, simple shapes” และลดคำที่ชวนให้รายละเอียดรกเกิน (เช่น intricate, ultra complex) เพราะบางรุ่นจะยิ่งใส่เส้นจนอ่านรูปยาก 3) ChatGPT Plus vs Gemini Pro: เลือกจาก “การคุยแก้” vs “ความเหมือน ref” - ถ้าคุณต้องการคุยแก้งานวนๆ เช่น “ขอเปลี่ยนโทนสี”, “เอาหมวกให้ใหญ่ขึ้น”, “ลดฉากให้โล่ง” แบบค่อยๆ จูนให้ตรงภาพในหัว: ฝั่ง ChatGPT Plus จะตอบโจทย์มาก เพราะการไล่แก้ทีละจุดทำได้ลื่นกว่า - ถ้าคุณเน้นความเหมือน ref หรืออยากให้ภาพออกแนวสมจริง/คุมหน้าตาตามตัวอย่าง: Gemini Pro มักทำได้ดีในโหมดที่ยึด ref แต่ต้องเขียนคำสั่งให้ชัดมากว่า “เอาอะไรออก” และ “ให้พื้นหลังเป็นสีอะไร” ไม่งั้นจะเจออาการทำตามแบบตรงตัวเกินไป 4) อยากได้ gambar ai keren แบบ “ว้าวเร็ว” ให้ใช้ Midjourney แบบมีทริค Midjourney เด่นเรื่องไอเดียและความแฟนตาซี ทำออกมาอลังการไว เหมาะกับงานที่ต้องการหลายตัวเลือกในเวลาสั้นๆ แต่ถ้าอยากให้ใช้งานกราฟิกได้ (เช่น ทำปก/โปสเตอร์) เรามักสั่งเพิ่มว่า “clean background, negative space, readable silhouette” เพื่อให้มีพื้นที่วางข้อความ และหลีกเลี่ยงฉากรก 5) เช็กลิสต์เลือกเครื่องมือให้ตรงงาน (ใช้จริงแล้วประหยัดเวลา) - งานที่ต้องแก้ละเอียด/ทำตามบรีฟลูกค้า: เลือกตัวที่ “สื่อสารแก้ไขง่าย” - งานครีเอทีฟต้องการหลายคอนเซ็ปต์: เลือกตัวที่ “แตกไอเดียเก่งและเร็ว” - งานที่ต้องเหมือนตัวอย่าง/เหมือนภาพอ้างอิง: เลือกตัวที่ “ยึด ref แน่น” สุดท้ายเราแนะนำให้ลองทำ “รอบทดสอบ 3 รอบ” ด้วย prompt เดิม แต่เปลี่ยนแค่ 1 อย่างต่อรอบ (เช่น โทนสี/ฉาก/ลายเส้น) จะเห็นนิสัยของแต่ละ AI ชัดมาก และเลือกได้ง่ายขึ้นว่าอันไหนเหมาะกับงานของเราแบบยาวๆ