📌 What you really think is a "habit" can be a "survival mechanism." 🪞
Something in us.
Didn't happen because "we're that kind of people."
But it happened.
Because once...
We need to be like that to survive.
• Be quiet, not because you're not good at talking.
But because he had already spoken, no one listened
• Think a lot, not because of anxiety.
But because having missed and really hurt
• No help.
Not because you're good at everything.
But because I had asked and felt a burden
• Look strong
Not because it doesn't feel
But because there's no space to feel
What you call "identity."
Maybe it's just
The version the world forces you to be.
Try asking yourself
If the world was safer,
Unless you have to defend yourself all the time.
Will you still be the same person?
Or actually,
You just haven't had a chance yet.
To be myself, really.
* * This post is self-observing.
Not a psychological diagnosis.
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมานั้น หลายครั้งที่ผมเองก็เคยตั้งคำถามกับพฤติกรรมบางอย่างในตัวเองที่ดูเหมือนจะเป็น 'นิสัยเสีย' หรือ 'เป็นตัวฉันแบบนี้เอง' แต่พอได้ลองมองลึกลงไปกลับพบว่าพฤติกรรมเหล่านั้นเป็นเหมือนเครื่องมือที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดในอดีต เช่น การไม่ขอความช่วยเหลือ เพราะเคยขอแล้วเจอคำปฏิเสธหรือรู้สึกว่าเป็นภาระให้คนอื่น ทำให้ผมเลือกจะเงียบและจัดการกับเรื่องราวต่างๆ คนเดียว อีกตัวอย่างคือ เมื่อผมคิดเยอะหรือลังเลในการตัดสินใจ นั่นไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะมีประสบการณ์เจ็บปวดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก่อน จึงทำให้ต้องระมัดระวังตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ การรู้ว่านิสัยต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่ความผิดหรือข้อบกพร่องของตัวเอง แต่เป็นผลลัพธ์ของกลไกเอาตัวรอดที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งเราต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือความไม่ปลอดภัยในอดีต การเข้าใจแบบนี้ช่วยให้เรามีความเมตตาต่อตัวเองมากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยให้เราค่อยๆ ปลดล็อกตัวเองเพื่อค้นหาหรือสร้างตัวตนใหม่ที่แท้จริง เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวปลอดภัยขึ้น สำหรับใครที่รู้สึกว่านิสัยที่ตนเองมีอาจเป็นเพียงกลไกความอยู่รอดจากอดีต แนะนำให้ลองสังเกตตัวเองอย่างใส่ใจ และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำความรู้จักกับความรู้สึกแท้จริงของตนอย่างเปิดกว้าง อาจจะเริ่มต้นจากการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจหรือเขียนบันทึกความรู้สึกออกมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความรู้สึกได้มีโอกาสแสดงออก ซึ่งจะช่วยให้เราเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง
