#ป้ายยาตลอดไป แชร์ Roadtrip เช่ารถขับเที่ยว พร้อม คชจ.❄️🇯🇵

รอบนี้เช่ารถของ Toyota Rent a car

✨เลือกสถานที่และเวลา รับรถ - ส่งรถคืนได้

✨เลือกประเภทของรถ ทุกคนต้องคาดเข็มขัดนะ

รอบนี้ไป 8 คน เลือกเป็น alphard มา

จะบอกว่าใส่กระเป๋าสัมภาระได้แน่นมาก แต่ก็ถ้าทุกคนมีกนะเป๋าใบใหญ่ แนะนำเช่า 2 คัน จะนั่งสบายกว่า แต่ถ้าอยากนั่งด้วยกันก็อาจจะต้องหายัดกระเป๋าทั้งด้านหน้า-หลัง

เช็ครถก่อนเดินทาง

✅เช็ครอยต่างๆภายนอก

✅ดูยางว่าเป็นแบบวิ่งหิมะตามที่จองไหม❄️

✅ดูน้ำมันว่าเต็มถังไหม / เติมน้ำมันอะไร

✅เช็คระบบรถ / ไฟ เลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ ที่ปัดน้ำฝน/ ระบบเบรค

✅เช็คคู่มือรถ ครบไหม

✅บัตร ETC ทางด่วน

✅เชื่อม GPS ทำงานปกติรึเปล่า

Route เดินทางรอบนี้

บอกก่อนว่าเดินทางแบบโหดมากกก🙀

🚘 Osaka - Shinhokata Ropeway - Shirakawago - Takayama - Shirakawago - Kyoto

✨หากมีผู้ใหญ่มาด้วย ไม่ต้องกังวลเลย มีจุดพักรถเยอะมากก แวะเข้าห้องน้ำ ซื้อของกินเล่นได้

✨ทุกครั้งที่จะไปตรงไหน ปักหมุดที่จอดรถไว้รอเลย สัก 2-3 ที่ เผื่อเต็มจะได้มีสำรอง

✨เตรียมเงินสด ไว้เป็นค่าที่จอดรถด้วยนะ

📌หากคืนรถไม่ทัน ให้โทรแจ้งจุดที่เราจะคืนรถก่อน เพราะนี่ก็คืนไม่ทัน ตอนแรกที่คุยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มเป็นเงินประมาณ 5,000 กว่าบาท แต่เช้ามาที่ไปคืนทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้คิดเงิน

💰สรุปค่าใช้จ่าย

✨ค่าเช่ารถ 64,900 เยน

✨ค่าเช่า ETC 330 เยน

✨ค่าเปลี่ยนสถานที่คืนรถ 5,500 เยน

✨ค่าน้ำมัน ครั้งที่ 1 7,238 เยน

✨ค่าน้ำมัน ครั้งที่ 2 6,695 เยน

✨ค่าน้ำมันเติมก่อนคืนรถ 5,100 เยน

✨ค่าทางด่วนตลอดทริป 15,440 เยน

🇯🇵รวม 100,253 เยน

🇹🇭เงินไทยประมาณ 23,060 บาท

หาร 8 คน ตกคนละ 2,883 บาท คุ้มมม✨💞

#เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น #เช่ารถขับที่ญี่ปุ่น #เที่ยวosaka #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

2025/12/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่กำลังหา “รถเช่า 12 ที่นั่ง” อาจจะสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะ โดยเฉพาะถ้าไปกันเป็นกลุ่มใหญ่หรือมีผู้ใหญ่/เด็กไปด้วย จากประสบการณ์ทริปนี้เราไป 8 คน เลือกเป็น Toyota Alphard แล้วรู้สึกว่า “พื้นที่สบายกับการนั่งนานๆ” สำคัญมากกว่าการยัดคนให้ครบคันค่ะ เพราะพอเดินทางไกลจริง (มีทั้งทางด่วนและทางเขาหิมะ) ถ้านั่งอึดอัดจะเหนื่อยกันทั้งทริป ถ้ากลุ่มคุณมี 10–12 คน: ตัวเลือกหลักๆ จะมี 2 แนวทาง 1) เช่ารถตู้/รถ 12 ที่นั่ง 1 คัน: ข้อดีคือไปพร้อมกัน คุยกันสนุก จอด-ออกตัวทีเดียว แต่ต้องเผื่อเรื่อง “ที่เก็บกระเป๋า” เพราะพอที่นั่งเต็ม ความจุสัมภาระจะหายไปเยอะมาก อาจต้องลดจำนวนกระเป๋าใบใหญ่ หรือใช้กระเป๋านิ่มๆ จะยืดหยุ่นกว่า 2) เช่า 2 คัน (เช่น Alphard/Minivan + รถอีกคัน): ข้อดีคือกระเป๋าไม่ต้องยัดแน่น นั่งสบายกว่าและแบ่งหน้าที่คนขับได้ แต่ค่าใช้จ่ายบางอย่างจะเพิ่มขึ้น เช่น ค่าทางด่วน/ค่าน้ำมัน/ค่าที่จอด (บางที่คิดเป็นคัน) ทริคที่เราใช้แล้วช่วยมาก (เอาไปปรับใช้กับรถ 12 ที่นั่งได้เหมือนกัน) - ปักหมุดที่จอดรถล่วงหน้า 2–3 จุด: เวลาไปแหล่งเที่ยวดังๆ ที่จอดเต็มไวมาก มีแผนสำรองแล้วไม่เสียเวลา - เตรียมเงินสดสำหรับค่าที่จอด: บางลานจอดยังรับเงินสดเป็นหลัก จ่ายหน้างานสะดวกกว่า - เช็กลิสต์ก่อนรับรถแบบละเอียด: ถ่ายรูป/วิดีโอรอยรอบคัน, เช็คยาง (ถ้าไปช่วงหิมะให้ยืนยันว่าเป็นยางหิมะตามที่จอง), เช็คไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ที่ปัดน้ำฝน/เบรก และดูว่าน้ำมันเต็มถังหรือไม่ - เรื่อง ETC ทางด่วน: ถ้าเช่าบัตร ETC ให้ลองถามวิธีใช้งานกับเจ้าหน้าที่ตอนรับรถเลย และเก็บสลิป/เอกสารรายการใช้งานไว้ เผื่อสรุปค่าใช้จ่ายหลังทริป อีกเรื่องที่อยากเตือนสำหรับรถใหญ่ (รวมถึงรถ 12 ที่นั่ง) คือ “การเลือกเส้นทาง” ค่ะ บางเมืองมีตรอกแคบหรือที่จอดจำกัด รถใหญ่จะเลี้ยวและจอดยากกว่า เราจะพยายามเลือกที่พักที่มีที่จอดแน่นอน หรือเลือกจอดลานใหญ่แล้วเดินต่อ จะลดความเครียดคนขับได้เยอะ สุดท้าย ถ้ามีโอกาสคืนรถช้ากว่ากำหนด แนะนำให้โทรแจ้งสาขาที่จะคืนล่วงหน้าเหมือนที่เราทำไว้ค่ะ อย่างน้อยให้เขารับรู้สถานการณ์ และบางครั้งเจ้าหน้าที่อาจช่วยแนะนำขั้นตอนหรือคิดค่าปรับตามจริงแบบยืดหยุ่นขึ้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสาขานั้นๆ ด้วย

ค้นหา ·
เช่ารถญี่ปุ่น osaka