มีใครเคยใช้แล้วเป็นยังไงบ้างคะ🌷
เข้าสู่วงการเรตินเอวันแรก... เตรียมตัวรับมือหน้าลอก! แต่เพื่อผลลัพธ์ 'ผิวกระจก' (Glass Skin) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะสู้ไปด้วยกัน ✌️ #RetinA #SkincareJourney "
• "เลิกใช้ครีมตามกระแส แล้วหันมาซบไหล่ Retin-A ตัวแม่แห่งวงการรักษาสิวและริ้วรอย อดทนกับช่ วงดันสิวหน่อย แล้วจะรู้ว่าผิวใสที่แท้จริงเป็นยังไง"ใช้ช่วงแรกอาจจะดู 'พัง' แต่ใช้ยาวๆ บอกเลยว่า 'ปัง' แบบฉุดไม่อยู่! นี่คือสกินแคร์ระดับตำนานที่หมอผิวหนังทั่วโลกยอมรับ ยิ่งใช้นาน ผิวยิ่งแน่น คอลลาเจนยิ่งพุ่ง ใครอยากหน้าเด็กแบบโกงอายุ ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง
การเริ่มใช้ Retin-A เป็นประสบการณ์ที่ต้องการความอดทนและเข้าใจสภาพผิวอย่างละเอียด จากที่เคยลองมาในช่วงแรก จะมีอาการหน้าลอก แห้ง และผิวไวต่อแสงมากขึ้น นี่คือสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์กำลังทำงานเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ภายใน 2-3 สัปดาห์แรกอาจจะรู้สึกว่าผิวดูไม่สวยสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ ผิวจะเริ่มปรับสภาพและดูใสขึ้นอย่างชัดเจน แนะนำให้ใช้ Retin-A ในปริมาณน้อยก่อน และเพิ่มความเข้มข้นของการใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและอาการลอกผิวที่รุนแรงเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงและใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วยเพื่อปกป้องผิว จากประสบการณ์จริง การเลือกใช้ Retin-A ไม่ใช่แค่การรักษาสิวหรือริ้วรอย แต่ยังเป็นการลงทุนในผิวระยะยาวที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ช่วยลดริ้วรอยและทำให้หน้าเด็กลงแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ผิวเนียนใสแบบกระจกหรือ Glass Skin โดยไม่พึ่งการฉีดสารเติมเต็ม นอกจากนี้ การดูแลผิวควบคู่ไปกับการใช้ Retin-A ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น เพราะ Retin-A อาจทำให้ผิวแห้ง จึงทำให้การบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นเป็นสิ่งจำเป็น สรุปแล้วความสำเร็จของการใช้ Retin-A อยู่ที่ความต่อเนื่องและวินัยในการดูแลผิวของเราเอง


ดีมากๆๆครับ ผมใช้มา 4 ปีแล้วครับ แต่ใช้วันเว้นวันนะครับ ใช้คู่กับม้อย ทาเป็นแซนวิส