ความเข้าใจผิด ❌ เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า!

ยังมีคนเชื่ออะไรแบบนี้อีกเหรอ 3 ความเข้าใจผิดกับบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย?

- เป็นความเชื่อที่ผิด ทั้งละอองฝุ่นและไอน้ำที่สูบเข้าไปทำลายปอดโดยตรง แถมยังทำให้ผิวพรรณเสียอีกด้วย

ไม่มีนิโคติน?

- ก็เป็นความเชื่อที่ผิด ส่วนใหญ่มีและทำให้ติดง่ายกว่าบุหรี่มวน

บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่มวนได้?

- เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ เลิกได้ไม่จริงกลายเป็นติดการสูบทั้ง 2 อย่าง ร่างกายก็พัง X2 ไปเลย

วันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้อยากชวนให้ทุกคนงดสูบบุหรี่มวน ไม่เริ่มลองบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อตัวเราและคนรอบข้างที่จะได้รับผลกระทบจากบุหรี่มือสอง บุหรี่ไฟฟ้าคือตัวทำลายปอดชั้นดีเลยนะคะ

#วันงดสูบบุหรี่โลก #lemon8ไดอารี่ #lemon8ชวนเล่า

5/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงหลัง ๆ เวลาไถฟีดจะเห็นคอนเทนต์แนว “รูปคนสูบบุหรี่การ์ตูน” หรือภาพล้อเลียนการสูบ (บางทีมี “ลิงสูบบุหรี่” ด้วย) แชร์กันเยอะมาก พอเป็นรูปน่ารัก/ขำ ๆ คนเลยเผลอมองข้ามความจริงว่า “การสูบ” ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า มันไม่ใช่เรื่องเท่ และไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย จากที่คุยกับเพื่อน ๆ หลายคน บางคนเริ่มจากส่งรูปการ์ตูนคนสูบกันขำ ๆ แล้วค่อย ๆ ไปลองจริง เพราะรู้สึกว่า “ไม่น่ากลัว” หรือ “แค่ลองดู” ซึ่งนี่แหละที่อันตรายที่สุดสำหรับวัยเรียน/วัยทำงานต้น ๆ ที่อยากลองตามกระแส ถ้าใครกำลังลังเล อยากชวนคิดเป็นข้อ ๆ แบบที่ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น: 1) รูปการ์ตูน/มีมทำให้เรื่องดูเบา แต่ผลมันหนัก ต่อให้ภาพจะเป็นลายเส้นน่ารักแค่ไหน สิ่งที่เข้าปอดเราไม่ได้น่ารักตามภาพเลย ในบุหรี่ไฟฟ้ามีสารที่ถูกพูดถึงบ่อย เช่น นิโคติน ฟอร์มาลดีไฮด์ โพรพิลีนไกลคอล และกลีเซอรีน (รวมถึงสารอื่น ๆ จากน้ำยา/กลิ่น) ซึ่งประเด็นคือ “การสูดดมไอและละอองเข้าปอด” มีความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจจริง ๆ 2) “ไม่มีนิโคติน” ต้องดูให้ชัดก่อนเชื่อ หลายคนเลือกเพราะคิดว่าไม่มีนิโคติน แต่ในความเป็นจริงน้ำยาส่วนใหญ่มีนิโคติน หรือบางครั้งฉลาก/คำบอกเล่าไม่ตรง ทำให้เสี่ยงติดแบบไม่รู้ตัว แถมบางคนดูดถี่กว่าเดิมเพราะรู้สึกว่าไม่เหม็น ไม่แสบคอเท่าบุหรี่มวน 3) ระวังกลายเป็น “สูบสองอย่าง” แทนที่จะเลิก เคสที่เจอบ่อยคือ ตั้งใจใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่มวน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสูบทั้งสองแบบ โดยเฉพาะเวลาอยู่คนละสถานการณ์ (ทำงาน/เที่ยว/เครียด) ทำให้การรับนิโคตินรวมสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วย 4) บุหรี่มือสอง/ไอจากการสูบก็ทำให้คนรอบตัวไม่สบายใจ บางคนคิดว่าไอจากบุหรี่ไฟฟ้า “แค่มีกลิ่นหอม” เลยสูบในบ้าน/ในรถ แต่คนที่ไม่สูบอาจแสบคอ เวียนหัว หรือแพ้กลิ่นได้เหมือนกัน ถ้าอยู่กับครอบครัว เด็ก หรือผู้สูงอายุ ยิ่งควรหลีกเลี่ยง ถ้าอยากเลิกจริง ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป สิ่งที่ช่วยได้คือ “ตั้งเป้าลดความถี่” จดเวลาที่อยากสูบ (เครียด/หลังอาหาร/ก่อนนอน) แล้วหาตัวแทน เช่น ดื่มน้ำ อมหมากฝรั่ง ออกไปเดิน 5 นาที หรือหากเลิกยากมาก แนะนำปรึกษาแพทย์/คลินิกเลิกบุหรี่เพื่อแผนที่เหมาะกับเรา สรุปคือ ต่อให้เจอรูปคนสูบบุหรี่แบบการ์ตูน หรือมีมที่ดูตลกแค่ไหน ก็อยากให้แยก “ความบันเทิง” ออกจาก “พฤติกรรมจริง” เพราะปอดเรามีอันเดียว และวันงดสูบบุหรี่โลกก็เป็นจังหวะดีมาก ๆ ที่จะไม่เริ่ม และชวนกันหยุดเพื่อสุขภาพตัวเองและคนรอบข้าง